สกศ. จัดใหญ่ OEC Forum นัด ๔ ผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกชี้นำทิศทางสะเต็มศึกษาในการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วันนี้ (๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จัดประชุม "สภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum)" ครั้งที่ ๔ เรื่อง สะเต็มศึกษาในการศึกษาขั้นพื้นฐาน (STEM in Basic Education) โดยเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.กมล รอดคล้าย) ประธานเปิดการเสวนา ณ ห้องประชุมอาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
![]() |
|
|
![]() |
|
|
|
|
![]() |
![]() |
ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดเสวนา ครั้งที่ ๔ ถือเป็นการเสวนานัดพิเศษที่เรียกว่า OEC - OBEC Forum คือ สกศ. ได้เชิญผู้แทนจากสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อมารับฟังและแสดงความคิดเห็นร่วมกันเรื่องสะเต็มศึกษา หรือ STEM ที่มีความหมายคือ การบูรณาการการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของเด็กให้รู้จักคิด สร้างสรรค์ สร้างนวัตกรรม รวมไปถึงงานวิจัยเพื่อนำไปสู่การทำให้ประเทศพ้นกับดักรายได้ปานกลางไปสู่กลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
|
เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านสะเต็มศึกษาจากต่างประเทศ ที่เดินทางมาร่วมการประชุมโต๊ะกลมไทย - สหรัฐฯ ครั้งที่ ๗ ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๒๖ - ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ถ่ายทอดประสบการณ์การใช้สะเต็มศึกษาในต่างประเทศเป็นแนวทางนำสู่การปฏิบัติในการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าการเสวนาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างสูงกับทุกฝ่ายสำหรับการพัฒนาระบบการเรียนการสอนด้านสะเต็มศึกษาของประเทศไทยต่อไป เช่นเดียวกับ บารัค โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศให้สะเต็มศึกษาเป็นวาระแห่งชาติของสหรัฐฯ สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างกำลังคนของสหรัฐฯ มีความเข้มแข็งสูง กระทั่งสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในฐานะประเทศชั้นนำด้านอุตสาหกรรมของโลก
ศาสตราจารย์ มาร์ค อัลเลน แนนนี (Prof. Mark Allen Nanny) จากมหาวิทยาลัยโอกลาโฮมา สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สิ่งสำคัญของสะเต็มศึกษาคือการถ่ายทอดองค์ความรู้และสาระความรู้ กระบวนการคิดแบบวิศวกรรมมาวางแนวคิดการวิเคราะห์และใช้ปรับกระบวนการคิดของเด็กในวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ครูมีส่วนสำคัญในการดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้และครูเข้ามามีส่วนร่วมการประยุกต์การปรับการเรียนการสอนด้านสะเต็มศึกษา
![]() |
|
|
|
จากประสบการณ์ที่ได้สอนมานั้น ครูควรสอนในเชิงวิศวกรรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่เด็กต่อการเรียนรู้ และเสริมทักษะในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ สร้างโจทย์ความท้าทายใหม่ ๆ ให้เด็กเรียนรู้และเชื่อมโยงโจทย์ที่ได้รับเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา ๔ ปัจจัย คือ ๑. เกิดองค์ความรู้ในตัวผู้เรียนเอง ๒. วางกติกาในการเรียนรู้ร่วมกัน และสร้างกระบวนการให้เกิดการเรียนรู้โดยตัวผู้เรียนเอง ๓. สิ่งที่เกิดการเรียนรู้ต้องมีมูลค่าเพิ่มและเกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้เรียนและสังคมคือเกิดนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรม และ ๔. องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นประสบการณ์โดยตรงของตัวผู้เรียน ดังนั้น ครูคือคนสำคัญที่จะชี้แนะแนวทางการเรียนสะเต็มศึกษาให้เกิดขึ้นเต็มประสิทธิภาพในตัวเด็ก การเรียนรู้อย่างแท้จริงแตกต่างกับการท่องจำความรู้ เพราะเป็นประสบการณ์ของผู้เรียนเอง และทำให้เกิดประโยชน์อย่างรอบด้านสำหรับตัวผู้เรียนเองและสังคม การเรียนรู้แบบเก่า ๆ นั้น ทำให้ผู้เรียนขาดความท้าทาย แต่การเรียนรู้อย่างแท้จริงจะทำให้ผู้เรียนสร้างระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง และครูเป็นผู้เชื่อมโยงให้เกิดการเรียนรู้ด้วยการมีส่วนร่วมต่อยอดการเรียนรู้นั้นให้เกิดกระบวนการคิดใหม่ ๆ เป็นการค้นพบด้วยตัวผู้เรียนเอง คิดวิเคราะห์ และแสวงหาวิธีการได้ความรู้มาอย่างไรก็ตาม สำหรับ ๒๖ รัฐของสหรัฐฯ นั้น มีการกำหนดรูปแบบมาตรฐานการเรียนรู้ที่มากกว่ามาตรฐานหลักสูตรการเรียนการสอนปกติ ซึ่งหมายความว่าได้ให้ความสำคัญของกระบวนการเรียนรู้และแก้ปัญหาของผู้เรียนมากกว่าการเรียนรู้โดยการสอนของครูเท่านั้น เป็นการใช้กระบวนการส่งเสริมความคิดให้ผู้เรียนเกิดความรู้อย่างแท้จริง
ดร.มาร์ค วินเดล (Dr.Mark Windale) วิทยากรจากศูนย์ศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ สหราชอาณาจักร กล่าวว่า ได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมการพัฒนาด้านสะเต็มศึกษาในประเทศไทยมาแล้วกว่า ๔ ปี โดยใช้ประสบการณ์จากที่เคยเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ และใช้ความรู้มาร่วมงานกับมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ เพื่อส่งเสริมด้านสะเต็มศึกษาในการพัฒนาการศึกษาในประเทศไทย เน้นการพัฒนาศักยภาพของศึกษานิเทศ และครูผู้สอนเป็นแกนนำในการใช้สะเต็มศึกษาปรับใช้หลักสูตรการเรียนการสอนทั้งคู่มือครู และกิจกรรมที่ใช้สอนผู้เรียนสะเต็มเพื่อสร้างให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ตลอดจนรู้จักแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในบริบทของคนไทย เช่นการออกแบบบ้านเพื่อระบายความร้อน การสร้างสาธารณูปโภค เช่น สะพานแขวน การประกอบอาหาร เช่น เครื่องดื่มโซดา ฯลฯ โดยครูมีหน้าที่คอยติดตามประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน
![]() |
|
![]() |
|
อย่างไรก็ดี กลไกที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืนคือควรทำให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ในทุกพื้นที่เขตการศึกษา และใช้การติดต่อสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นเวทีแลกเปลี่ยนสังคมการเรียนรู้ร่วมกันในแต่ละพื้นที่ มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องนำมาพัฒนากระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้สอนในการออกแบบหลักสูตรแนะนำผู้เรียนให้รู้จักคิด และวิเคราะห์ตามหลักวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกับนักวิจัยที่จะพัฒนาตนเองไปสู่การแก้ปัญหาต่าง ๆ และสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ต่อไป
ศาสตราจารย์ โธมัส คอร์คอราน (Prof. Thomas Corcoran) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยด้านนโยบายการศึกษา วิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ประสบการณ์ในการเป็นครูคณิตศาสตร์ยาวนาน ๕๐ ปี และได้ร่วมทำงานกับมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพื่อยกระดับพัฒนาการศึกษา ผ่านการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีของโลกทำให้เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่และเด็กเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ความท้าทายสมัยใหม่คือสื่อสังคมออนไลน์ทำให้ผู้เรียนมีแนวคิดเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมาก ปัจจุบันทั่วโลกมีความสนใจด้านสะเต็มศึกษา เพราะทุกชาติต่างต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนในประเทศทั้งนี้
เป้าหมายของการบรรลุผลด้านสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนนั้น สิ่งสำคัญคือ ครูผู้สอนควรมีวิธีการถ่ายทอดสาระการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลายวิธีสามารถประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อปรับการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์คือ กำหนดปัญหา เก็บข้อมูล วิเคราะห์เหตุและผล นำไปสู่การอธิบายด้วยข้อสรุปที่รวบรวมได้ ดังนั้น พื้นฐานความรู้ของผู้เรียนคือสิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะได้รับการเรียนรู้ในด้านอื่น ๆ อย่างสอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งครูต้องเป็นมืออาชีพในการจัดการเรียนการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ วางจุดเน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติเองจนเกิดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง
![]() |
![]() |
|
|
![]() |
|
สำหรับประเทศไทย ควรปรับเปลี่ยนระบบการจ่ายงบประมาณรายหัว และควรพัฒนาคุณภาพอาจารย์ที่มีประสบการณ์ในการสร้างครูที่จะจบการศึกษาจากคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ควรมีการตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรการเรียนการสอนในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างเข้มขัน เพื่อปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้เหมาะสมหรือยกเลิกหลักสูตรที่ขาดคุณภาพ ควรเปิดกว้างให้บุคคลหลากหลายวิชาชีพสายวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สามารถก้าวเข้าสู่วิชาชีพครูได้ เพื่อสร้างคุณภาพของการเรียนการสอนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรมีการฝึกประสบการณ์ของครูที่กำลังจะจบการศึกษายังน้อยเกินไป จึงควรปรับให้มีระยะเวลาในการฝึกสอนมากขึ้น การสร้างแรงจูงใจกับครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กยังน้อยมาก ทั้งที่มีความสำคัญในการสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กเล็ก ควรเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถเลือกสรรครูที่จะมาสอนเองได้โดยอิสระ การสร้างสื่อการเรียนการสอนที่ดีจะสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น การประเมินผลครูควรมุ่งเน้นที่การสอนให้มีประสิทธิภาพ และพิจารณาผลตอบแทนของครูในสถานศึกษาขนาดเล็กมากขึ้น ไม่ควรให้ความสำคัญของคะแนนโอเน็ตมากกว่าความก้าวหน้าของการได้คะแนนโอเน็ตที่ดีขึ้น อยากให้ครูต้องการการสนับสนุนใดบ้างที่จะส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไปทั้งนี้
![]() |
|
|
|
|
|
เลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมคณะผู้ทรงคุณวุฒิด้านสะเต็มศึกษาจากต่างประเทศ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการและคลินิกการเรียนรู้ด้านสะเต็มศึกษาของนักเรียนโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ในฐานะศูนย์สะเต็มศึกษาภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมให้คำแนะนำแนวทางการปรับใช้หลักสูตรการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาสำหรับประเทศไทยต่อไป
![]() |
![]() |
|
|
![]() |
![]() |
|
|
![]() |




















