สกศ. จัดเวิร์คช้อป
เมื่อวันที่ ๒๒-๒๓ มกราคม ๒๕๕๙ เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.กมล รอดคล้าย) ประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การจัดทำกรอบแนวคิดของแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)" โดยมีผู้แทนสำนักงานศึกษาธิการภาค ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนสถาบันอาชีวศึกษา ผู้แทนสถานศึกษา ผู้แทนสถาบันอนาคตศึกษา ผู้แทนศูนย์เตือยภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมคณะทำงานสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมประชุม ณ โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ จังหวัดนครปฐม
![]() |
![]() |
|
![]() |
ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานระดับปฏิบัติ เพื่อวางกรอบแนวคิดในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) ซึ่งหวังให้เป็นแผนแบบ ๓๖๐ องศา คือครอบคลุมทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมใช้แผนในทางปฏิบัติ อยากให้เป็นแผนพัฒนาการศึกษาสำหรับทุกหน่วยงานสามารถนำไปใช้ได้จริง และกำหนดหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบให้ชัดเจน สร้างความเชื่อมโยงกับกระทรวงอื่น ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๙ กระทรวง เรียกได้ว่าแผนฉบับประชาชน ที่ลงลึกในรายละเอียดทุกระดับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา การศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาเอกชน การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การศึกษาที่จัดโดยภาคส่วนและองค์กรต่าง ๆ การศึกษาในพื้นที่ชายแดน เพื่อขับเคลื่อนนำไปสู่การปฏิบัติให้เห็นผลและสัมผัสได้
![]() |
|
|
|
เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า เป้าหมายการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ นั้น มีทิศทางสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) ตลอดรวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) ภายใต้วิสัยทัศน์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ ๑๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๔) จึงต้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาและจัดทำแผนฯ ที่เป็นของทุกหน่วยงาน ไม่ใช่แค่ภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการอีกต่อไป เพราะรูปแบบการศึกษาของประเทศเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น การศึกษาจึงเป็นวิถีชีวิตของทุกคน ถือเป็นการศึกษาที่เกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงวัยชรา อีกทั้งสามารถศึกษาได้ตลอดเวลา ทุกสถานที่ ไม่ติดกรอบแค่เฉพาะในห้องเรียนอีกต่อไป
![]() |
|
|
|
"ภายหลังจากได้ข้อสรุปกรอบแนวคิดที่ชัดเจนของแผนนี้แล้ว แนวทางขับเคลื่อนต่อไปจะได้ยกร่างกรอบและทิศทางของร่างแผน พร้อมกันนี้ได้แต่งตั้งคณะทำงานเครือข่ายจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) ประกอบด้วย คณะที่ปรึกษา คณะทำงานภาคกลาง คณะทำงานภาคเหนือ คณะทำงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะทำงานภาคใต้ เตรียมลงพื้นที่ ๔ ภูมิภาค เพื่อนัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนท้องถิ่นใน ๑๓ พื้นที่ภาคการศึกษา ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้" ดร.กมล กล่าว
![]() |
|
![]() |
|
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจด้านจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ ๑๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๔) กล่าวว่า แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ คือแผนคู่ขนานกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ ๑๕ ปี ซึ่งแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ ระยะ ๕ ปีแรก เน้นแก้ไขระบบการศึกษาแบบเร่งด่วน อีก ๕ ปีถัดไป เร่งชี้ถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขระบบการศึกษา ขณะที่ ๕ ปี สุดท้าย จะเร่งสร้างเอกภาพระบบการศึกษาอย่างสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ ๒๐ ปี
![]() |
|
![]() |
![]() |
อย่างไรก็ดี ถือเป็นโอกาสดีที่จะเสริมจุดแข็ง ลบจุดอ่อนของคนไทย ผ่านการระดมแนวคิดจากหน่วยปฏิบัติที่ทราบดีถึงปัญหาด้านต่าง ๆ ในระบบการศึกษาไทย ดังนั้น จึงต้องมีความชัดเจนในการวางกรอบแนวคิดของทั้งแผนการศึกษาแห่งชาติ และแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ต่างเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ที่ต้องการความร่วมมือจากทุกกระทรวงและทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาไทย และกระจายแผนออกไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่ต้องใช้แผนจริง สะท้อนกลับมายัง สกศ. เพื่อปรับแผนบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงนำไปสู่การปฏิบัติได้





.jpg)





