สกศ. เปิดฉากระดมความคิดเห็นการปฏิรูประบบและรูปแบบการผลิตและพัฒนาครู
วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙ ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมระดมความคิดเรื่อง “การปฏิรูประบบและรูปแบบการผลิตและพัฒนาครู” มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยคณาจารย์จากคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน ศึกษานิเทศก์ นักวิชาการศึกษาและผู้เกี่ยวข้องกว่า ๑๕๐ คน ณ ห้องราชา ๑ โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ
เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า คณะอำนวยการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบการผลิตและพัฒนาครู โดยมีสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นฝ่ายเลขานุการ และแต่งตั้งคณะทำงานฯ อีก ๒ คณะ คือ ๑. คณะทำงานด้านปฏิรูประบบการผลิตครู ๒. คณะทำงานด้านปฏิรูประบบการพัฒนาครู คณะทำงานทั้งสองคณะได้ประชุมร่วมกันจัดทำ (ร่าง) ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๗๒) ซึ่งขณะนี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษาแล้ว และอยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ร่าง) ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู ประกอบด้วย ๕ ยุทธศาสตร์ คือ ๑) การปฏิรูประบบและรูปแบบการผลิตครู ๒) การปฏิรูประบบและรูปแบบการพัฒนาครู ๓) การปฏิรูประบบการใช้ครูและระบบบริหารงานบุคคลของครู ๔) การปฏิรูประบบการวิจัยของสถาบันผลิตและพัฒนาครู และ ๕) การสร้างกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู และเพื่อให้ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ฯ นี้ สามารถนำไปการปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานฯ จึงจัดทำแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครูสู่การปฏิบัติคู่ขนานไปด้วย โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้านและครบถ้วน
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ดร.กมล รอดคล้าย ชี้แจงถึงบทบาทหน้าที่และทิศทางการพัฒนางาน ว่า สกศ. มีหน้าที่หลักๆ คือ ๑) จัดทำแผนการศึกษาชาติ ที่ต้องบูรณาการทั้งศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา ฯลฯ รวมถึงการศึกษาทุกระดับ ทั้งในระบบ นอกระบบ ทุกช่วงวัยตั้งแต่เกิดจนตาย แผนการศึกษายังต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างน้อย ๙ กระทรวง และต้องมีความสัมพันธ์กับแผนพัฒนาระดับพื้นที่และระดับจังหวัดเพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เมื่อมีแผนแล้วต้องจัดทำมาตรฐานด้วย ซึ่งการปฏิรูปการศึกษานั้น สามารถสรุปเป็นเรื่องสำคัญๆ ได้ ๓ เรื่อง คือ ๑. การปฏิรูปการเรียนรู้ ๒. ปฏิรูปครู ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะถ้าผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการ ผู้อำนวยการโรงเรียน ฯลฯ ออกจากระบบ เหลือแต่ครูกับนักเรียน ระบบก็ยังเดินไปได้ แต่ถ้าไม่มีครู ระบบเดินไม่ได้ และ ๓. การปรับปรุงระบบบริหารจัดการ เช่น โครงสร้างกระทรวง การปรับระบบบริหารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ งานธุรการ ฯลฯ ทั้งสามประการนี้ สกศ. ก็กำลังจัดทำแผนเพื่อเสนอแนวคิดในการปรับปรุง ๒. การนำเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากร ทรัพยากรถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนการทำงาน input ที่เข้าสู่ระบบการศึกษาจะส่งผลต่อ output ที่ออกไป จะจัดงบอย่างไรให้เหมาะสม ฯลฯ ๓. การประเมินผลการจัดการศึกษา สกศ. ทำวิจัย และนำผลจากคะแนน O-NET PISA GAT/PAT TIMSS มาเปรียบเทียบว่าผลการศึกษาเป็นอย่างไร มีคนกล่าวว่าการศึกษาถดถอย จริงๆ แล้ว ระบบการศึกษาของไทยไม่ได้ล้มเหลวหรือ ผิดพลาด อยู่ในระดับที่ใช้ได้ แต่ประเทศอื่นก้าวไปเร็วกว่า ไทยจึงต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่สำหรับเรื่องการให้โอกาส ไทยอยู่ในเกณฑ์ดี ไทยให้โอกาสทั่วถึงครอบคลุมทุกกลุ่ม สุดท้ายสกศ. ก็นำสิ่งเหล่านี้มาจัดทำเป็นกฎหมาย กฎกระทรวง เป็นระเบียบต่างๆ เพื่อให้การศึกษาขับเคลื่อนตามทิศทางตามที่มุ่งหวัง
“ระบบและรูปแบบการผลิตครูควรจะผลิตแบบใด จะเป็นระบบปิดโดยมีการกำหนดจำนวนการผลิตและสถาบันที่รับผิดชอบตามความต้องการของผู้ใช้หรือเป็นระบบเปิดเช่นปัจจุบัน ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการผลิตจำนวนมากและผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนหนึ่งไปประกอบอาชีพอื่น รวมทั้งการจัดระบบทุนการศึกษา ระบบคุรุทายาท เพื่อคัดคนเก่งเข้าสู่วิชาชีพครู ควรมีทิศทางอย่างไร ระบบและรูปแบบการพัฒนาครูควรจะเป็นอย่างไร เช่น การใช้ระบบโครชชิ่งหรือมีครูที่ปรึกษาคอยเป็นพี่เลี้ยง รวมทั้งบทบาทของ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) ซึ่งเป็นสถาบันพัฒนาครูในปัจจุบัน ระบบการใช้ครูและระบบการบริหารงานบุคคลของครู จะคัดเลือกและบริหารงานบุคคลอย่างไร ระบบการวิจัยของสถาบันผลิตและพัฒนาครู จะสร้างงานวิจัยอย่างไร สร้างนวัตกรรมแบบใด และการสร้างกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู จะวางกลไกอย่างไรให้เชื่อมต่อสมบูรณ์ จะวางกลไกผลิตครูที่สามารถเป็นต้นแบบให้เด็กรุ่นใหม่ในยุคศตวรรษที่ ๒๑ ได้อย่างไร ผู้เข้าประชุมจะได้มาร่วมกันระดมความคิดเห็นและร่วมอภิปรายใน ๒ หัวข้อ ได้แก่ ๑) การผลิตครู หัวใจของการปฏิรูปการศึกษา และ ๒) คุณภาพครู ด่านหน้าสู่คุณภาพผู้เรียน เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู นำไปประกอบการจัดทำ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติต่อไป” ดร.กมล กล่าวสรุป
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |















