สกศ. เปิดเสวนา OEC Forum นัดแรก ‘ตวง อันทะไชย’ ชูบทบาท ‘สภาการศึกษา’ เป็น คลังสมองประเทศ เดินหน้าด้วยงานวิจัยและวิชาการ ก้าวสู่ผู้นำการศึกษาชาติอย่างยั่งยืน
วันนี้ (๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุม “สภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum) ครั้งที่ ๑ เรื่อง มองไปข้างหน้าอย่างท้าทาย : บทบาทผู้นำการปฏิรูปการศึกษาของสภาการศึกษา” ได้รับเกียรติอภิปรายนำโดย นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และดำเนินรายการ ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร ๕๖ ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
![]() |
|
|
![]() |
|
|
|
|
ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ “มองไปข้างหน้าอย่างท้าทาย : บทบาทผู้นำการปฏิรูปการศึกษาของสภาการศึกษา” ว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของ สกศ. ในการปฏิรูปการศึกษาในภาพรวมของประเทศ วัตถุประสงค์สำคัญของ OEC Forum คือ อยากเห็นเวทีกลางทางวิชาการในการถกเถียงด้านวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาการศึกษาในภาพรวม ทิศทางของการปฏิรูปประเทศโดยรวม การศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศ และ สกศ. เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องกล้าที่จะกำหนดนโยบายหรือทิศทางการศึกษาของประเทศ เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีสร้างให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม อยากเห็นเวทีพูดคุยที่เกิดการตกผลึกทางความคิด มีการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการได้อย่างแท้จริง แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ทำให้เกิดองค์ความรู้ หรือ Knowledge และมีการสร้างเครือข่ายทางวิชาการร่วมกันในอนาคต
ทั้งนี้ การจัดประชุม OEC Forum จัดทุกสัปดาห์ที่ ๒ ของเดือน ในวันอังคาร เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๑.๐๐ น. กำหนดจัดขึ้น ๑๒ ครั้ง โดยเรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ มาร่วมอภิปราย สิ่งที่นำเสนอจะนำไปสู่การเผยแพร่โดยสื่อมวลชน และนำสรุปประเด็นสำคัญเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาเพื่อนำไปปรับใช้เป็นนโยบายด้านการศึกษาต่อไป
![]() |
|
|
![]() |
![]() |
|
เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. ได้รวบรวมประเด็นข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาจาก ๖ หน่วยงานสำคัญ ประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม (กห.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สนช. คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือซูเปอร์บอร์ดการศึกษา คณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรากฎว่ามี ๓ ประเด็นที่นำไปสู่จุดเน้นทิศทางที่มีความเห็นตรงกัน ประกอบด้วย ๑) ปฏิรูประบบบริหารจัดการ ๒) ปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา และ ๓) ปฏิรูประบบการเรียนรู้ ซึ่งจะได้พิจารณาเพื่อนำไปสู่การยกระดับ สกศ. ใน ๓ เรื่องสำคัญเพื่อวางทิศทางปฏิรูปการศึกษาไทย วางบทบาท ภารกิจใหม่ของ สกศ. และสถานะที่ควรจะเป็นของทั้งสภาการศึกษา และ สกศ.
ด้าน นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สนช. กล่าวว่า แนวทางปฏิรูปการศึกษาควรเป็นเรื่องของคนในชาติ การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ควรระเบิดจากข้างในโดยครูเพื่อเด็ก คนที่อยู่แวดวงการศึกษาควรเป็นผู้ชี้นำมากกว่าคนภายนอก หรือฝ่ายการเมืองมาชี้นำการปฏิรูปการศึกษา ครูคือหัวใจสำคัญของการสร้างคุณภาพการศึกษาของประเทศ ควรให้อำนาจแก่ครูมากขึ้น
การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยไม่อาจจะพิจารณาแบบแยกส่วนได้แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ ดังนั้น ควรปฏิรูปทั้งด้านเศรษฐกิจ และการศึกษา ปรัชญาการปฏิรูปการศึกษาในมุมมองของคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สนช. คือ ปฏิรูปจากเด็กสู่กระทรวงเพื่อแก้ไขปัญหา ต่อยอด และนำไปสู่จินตนาการใหม่ของโลก โดย สนช. เห็นควรเสนอใน ๔ ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อปฏิรูปการศึกษา ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ปฏิรูปการเรียนรู้สู่คุณภาพ ควรปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเฉพาะบทบาทของครูที่มีส่วนสำคัญที่สุดในการสร้างคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การกระจายอำนาจไปสู่ผู้เรียน คือกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษาทั้ง ๔ งาน คือ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา สร้างความรับผิดชอบ และรู้อำนาจหน้าที่
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ปฏิรูปองค์กรให้มีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใสในองค์การศึกษา เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ปฏิรูปการศึกษาเพื่อความต่อเนื่องยั่งยืน ปรับปรุง แก้ไขกฎหมายการศึกษาทั้งระบบยกร่างพระราชบัญญัญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พ.ศ. .... นำไปสู่การปฏิบัติ
“แผนหลักการศึกษาของประเทศต้องไม่เปลี่ยนแปลงตามฝ่ายการเมือง ต้องมีกลไกกำกับควบคุม มีอำนาจติดตาม ประเมินผล ดังนั้น สกศ. ควรต้องทบทวนบทบาทตนเองให้เป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง เป็นคลังสมองของประเทศในด้านการศึกษา เดินหน้าด้วยงานวิจัยและวิชาการ เป็นกลางทางวิชาการและการเมือง เพื่อจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางการศึกษาของประเทศ เราจะเพิ่มเติมต่อยอดกันได้อย่างไร จึงจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาของไทยต่อไป” ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สนช. กล่าว
![]() |
|







