ถอดเทปสนทนารายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนา ประเด็น ความก้าวหน้าการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐

image

   
   

สรุปการสนทนารายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนา สถานีวิทยุศึกษา FM 92 MHz และ AM 1161 KHz ประเด็นเรื่อง ความก้าวหน้าการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ วันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. โดย ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา

ประเด็นสนทนา

ผู้ดำเนินรายการ    : ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากำลังดำเนินการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอเรียนถามท่านเลขาธิการสภาการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาและความก้าวหน้าของการดำเนินการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติในครั้งนี้
   
เลขาธิการสภาการศึกษา    : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ดำเนินการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ มาแล้ว ๒ ปี โดยได้ดำเนินการศึกษาวิจัย กำหนดแนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยกับการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ศึกษาแนวทางการวางแผนการศึกษาและการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศอาเซียน ศึกษาแนวทางการยกระดับคุณภาพการศึกษาของชาติ ฯลฯ โดยสอบถามประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ต้องการเห็นผู้ที่สำเร็จระบบการศึกษามีคุณลักษณะอย่างไร เพื่อจะทำแผนการศึกษาแห่งชาติให้ตรงกับความต้องการของสังคมและประเทศชาติ สกศ. ได้เตรียมการเรื่องข้อมูลประมาณ ๑ ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ
   
ผู้ดำเนินรายการ    :    ในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติควรมีการสำรวจความต้องการแรงงานทางการศึกษา โดยพิจารณาว่า ทิศทางในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติควรดำเนินการอย่างไร
   
เลขาธิการสภาการศึกษา    :    ในการดำเนินการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ควรพิจารณาทั้งนโยบายรัฐบาล ทิศทางความต้องการกำลังคนของประเทศ คุณลักษณะที่เหมาะสมว่าคนที่จบการศึกษาในอนาคตควรมีลักษณะอย่างไร เช่น คนที่เก่งด้านวิชาการ จะต้องมีความรู้เรื่องภาษา เทคโนโลยี มีคุณลักษณะที่เป็นสากล เป็นต้น
  เพื่อให้เห็นภาพรวมว่า การจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เรียกว่า แผนพัฒนาการศึกษา แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา เนื่องจากแผนการศึกษาแห่งชาติคือแผนพัฒนา แต่ชื่อแผนการศึกษาแห่งชาติเป็นชื่อที่ใช้มานาน ปกติแผนการศึกษาแห่งชาติจะทำเป็นช่วง ๆ ช่วงละ ๕ ปี แต่ในการดำเนินงานครั้งนี้จะเปลี่ยนเป็นแผนระยะยาว ๑๕ ปี เพราะจะวางเป้าหมายว่า         อีก ๑๕ ปีข้างหน้า คนที่สำเร็จการศึกษาควรมีลักษณะอย่างไร แผนที่ดำเนินการนี้จะประกาศใช้ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔
  โดยสรุป การจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่เด็กแรกเกิด อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษา จนประกอบอาชีพ จำเป็นต้องเรียนหนังสือ ดังนั้นในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติจะต้องคลุมทั้งระบบ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ นำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   
ผู้ดำเนินรายการ    :    ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการศึกษาแห่งชาติทราบว่า แผนมีหลายลักษณะ มีทั้งแผนระยะสั้น แผนระยะกลาง และแผนระยะยาว ในแต่ละระยะจะมีช่วงเวลาการดำเนินการอย่างไร และสืบเนื่องต่อยอดกันอย่างไร
   
เลขาธิการสภาการศึกษา    :    แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นแผนระยะยาว ๑๕ ปี
ใน ๕ ปีแรก จะเป็นแผนระยะสั้นซึ่งมีรายละเอียดมาก แผนระยะกลางคือ อีก ๕ ปีถัดไปมีรายละเอียดจะลดลง และแผนระยะยาวจะชี้ไปที่เป้าหมายว่า จะทำอะไรบ้างในช่วงนั้น เนื่องจากในแผนการศึกษาแห่งชาติเป็นแผนระยะยาว แบ่งช่วงละ ๕ ปี เพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำไปดำเนินการ และทุกหน่วยงานจะต้องมาร่วมกันจัดทำพร้อมทั้งระดมความคิดเห็น เพื่อให้เกิดทิศทางของการพัฒนาคนอย่างเป็นมาตรฐานและเป็นทิศทางเดียวกันในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับประเทศ
   
ผู้ดำเนินรายการ    :    สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดำเนินการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติที่มีกรอบค่อนข้างชัดเจน แต่ภายในมีความยืดหยุ่นที่สามารถปรับได้ในแต่ละเหตุการณ์ แต่ละสถานการณ์ของหน่วยงานต่างๆ ที่จะนำแผนนี้ไปใช้
   
เลขาธิการสภาการศึกษา    :    สิ่งสำคัญคือ ความมุ่งหมายของแต่ละหน่วยต้องเข้ามาช่วยกันคิดช่วยกันทำ เช่น ในอีก ๑๕ ปีข้างหน้า คนไทยต้องพูดภาษาอังกฤษได้ทุกคน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการวางระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาจจะตั้งศูนย์ภาษาอังกฤษในโรงเรียนประจำจังหวัดทุกแห่ง อาชีวศึกษา
ตั้งศูนย์สอบภาษาอังกฤษ อุดมศึกษามีการประเมินเด็กก่อนจบการศึกษา นอกจากนี้รัฐบาลควรมีงบประมาณในการจัดทำสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาที่มีสื่อทางด้านภาษาอังกฤษ โดยจัดทำสื่อภาษาอังกฤษ ทั้งหมดนี้จะครอบคลุมทุกหน่วยงานที่ช่วยกัน
  ในเนื้อหาของแผนการศึกษาแห่งชาติมี ๔ หมวดใหญ่ ๆ ได้แก่       ๑) หลักการ ความมุ่งหมาย สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ๒) ระบบ เช่น ในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย ในอนาคตอาจจะมีการศึกษาเพื่อผู้สูงอายุ ๓) แนวนโยบายการศึกษาของรัฐ เช่น คนไทยทุกคนได้เรียนฟรี รัฐจะสนับสนุนอะไรบ้าง การศึกษาต้องจัดโดยรัฐบาล และต้องสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาด้วย และ ๔) แนวทางการจัดการศึกษา เช่น เนื้อหาสาระ หลักสูตรการเรียนการสอนแต่ละระดับ เรื่องครู เรื่องบริหารจัดการโครงสร้างต่าง ๆ ทรัพยากรและการเงิน เป็นต้น
   
ผู้ดำเนินรายการ    :     ท่านเลขาธิการฯ เล่าว่า แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นแผนระยะยาว ๑๕ ปี แสดงว่า ตอนนี้ภารกิจที่จะต้องดำเนินการคือ ต้องมองไปข้างหน้า และคาดการณ์ว่าในอีก ๑๕ ปีข้างหน้าประชากรจะอยู่ในกลุ่มวัยใด และควรดำเนินการเรื่องใดให้เหมาะสมสำหรับกลุ่มวัยเหล่านั้น
   
เลขาธิการสภาการศึกษา    :     ครับ ต้องคาดการณ์อนาคตข้างหน้าว่า โลกนี้จะเป็นอย่างไร เพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่ประเทศเดียว ต้องดูถึงความเจริญทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม การเมือง เมื่อคาดการณ์แล้วจำเป็นต้องพิจารณาว่า ประชาชนในอนาคตควรมีคุณลักษณะอย่างไร เช่น ในอดีตที่ผ่านมาศึกษาเพียงภาษาไทยเท่านั้น แต่ในอนาคตอีก ๑๕ ปี ควรศึกษาภาษาอังกฤษ ภาษาเพื่อนบ้าน เป็นต้น ดังนั้น ควรเตรียมวางหลักสูตรให้เด็กมีการพัฒนาคนในแต่ละช่วง แผนการศึกษาแห่งชาติแบ่งออกเป็น ๓ ช่วง ทำให้สามารถปรับปรุงได้ในแต่ละช่วง เมื่อทิศทางเปลี่ยนสามารถปรับได้ เป็นเหมือนการคาดการณ์ และการวางเป้าหมาย เพื่อเดินไปให้ถึงสู่เป้าหมาย แต่ในระหว่างทางต้องปรับตัวให้ได้วิธีที่ดีที่สุดในการทำงาน
   
ผู้ดำเนินรายการ    :    ในเรื่องแนวคิดต่าง ๆ ควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง การวางแผนจะต้องมีการร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรต่างประเทศหรือไม่
   
เลขาธิการสภาการศึกษา    :    ขณะนี้ สกศ. ดำเนินการอยู่ในช่วงที่ ๑ คือ เริ่มพิจารณาสภาพปัญหาการศึกษาของประเทศไทย เช่น คุณภาพการศึกษายังไม่เป็นไปตามที่หวัง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่สูงมาก ภาษาต่างประเทศยังไม่เก่งเท่าที่ควร เด็กยังไม่มีลักษณะเป็นผู้นำหรือนักคิด ส่วนปัญหาการบริหารจัดการ โรงเรียนขนาดเล็กมีจำนวนมาก งบประมาณใช้จำนวนมาก ครูยังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร ระบบประเมินไม่ตอบสนองและสะท้อนคุณลักษณะของเด็ก ดังนั้นควรพิจารณาแนวคิดที่จะนำมาปรับใช้มีอะไรบ้าง โดยใช้ทั้งเชิงทฤษฏี เนื่องจากความรู้ใหม่ ๆ การเรียนการสอนภาษาควรทำอย่างไร โดยประเทศไทยจะนำสิ่งที่ดีในแต่ละประเทศ นำไปประยุกต์ใช้ และมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับต่างประเทศ
   
ผู้ดำเนินรายการ    :    ท่านเลขาธิการสภาการศึกษาจะฝากอะไรถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพื่อให้เข้าร่วมในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นทิศทางการพัฒนาประเทศ
   
เลขาธิการสภาการศึกษา    :    สิ่งที่จะขอฝากไว้ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญอีกหนึ่งโครงการคือสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิดว่า จะทำอย่างไรให้เด็ก ๆ พ่อแม่ ผู้ปกครอง สังคม หรือชาวบ้านทั่วไป เสนอความคิดเห็นในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติได้ด้วยการจัดโครงการประกวดภาพถ่าย หัวข้อ “การศึกษา ๕ ช่วงวัย” ภาพถ่ายที่ได้จะสามารถสะท้อนความคิดบางอย่างให้กับเราได้ ประเภทของภาพถ่าย แบ่งการประกวดออกเป็น ๕ หัวข้อ ได้แก่ ๑) การศึกษาช่วงก่อนเกิด-ช่วงอายุ ๐-๕ ปี ๒) การศึกษาช่วงอายุ ๕-๑๔ ปี ๓) การศึกษาช่วงอายุ ๑๕-๒๑ ปี ๔) การศึกษาช่วงอายุ ๑๕-๕๙ ปี และ ๕) การศึกษาช่วงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป
  ภาพที่ส่งเข้าประกวดเป็นภาพถ่าย ไม่จำกัดเทคนิคสามารถใช้ได้ทุกกล้อง แต่ต้องขยายขนาดรูป ๑๒ x ๑๘ นิ้ว ติดบนกระดาษแข็งสีขาว ขนาด ๑๖ x ๒๒ นิ้ว เพียงขนาดเดียวเท่านั้น พร้อมทั้งส่งฟิล์มหรือไฟล์ภาพที่มีความละเอียดเท่ากับที่อัดขยาย บันทึกลงแผ่นซีดี/ดีวีดี จำนวน ๑ ชุด/๑ หัวข้อพร้อมอธิบายแนวความคิดใต้รูปภาพมาด้วย เนื่องจากวันข้างหน้าอาจนำภาพเหล่านี้ไปใช้ในการเผยแพร่การจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติต่อไป
   
ผู้ดำเนินรายการ    :    ภาพที่ส่งเข้าประกวดสามารถเป็นภาพที่จัดฉากขึ้นได้หรือไม่ เช่น สร้างสถานการณ์ขึ้นมา หรือควรจะต้องเป็นภาพถ่ายจากธรรมชาติจริง ๆ
  เลขาธิการสภาการศึกษา    :    ได้ทั้ง ๒ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาพจัดฉาก ภาพจำลองขึ้นมา หรือภาพถ่ายจากธรรมชาติจริง ๆ ซึ่งในการประกวดโครงการประกวดภาพถ่าย หัวข้อ “การศึกษา ๕ ช่วงวัย” มีข้อกำหนด ดังนี้
๑)  เป็นผลงานภาพถ่ายในหัวข้อ “การศึกษา ๕ ช่วงวัย” ที่สะท้อนการเรียนรู้และการพัฒนาที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยตามแผนการศึกษาเพื่อพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของสำนักงาน www.onec.go.th
๒)  เป็นผลงานที่ถ่ายภาพด้วยกล้องบรรจุฟิล์มหรือกล้องดิจิตอล โดยจะต้องเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายในประเทศไทยเท่านั้น
๓)  ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดจะต้องมีขนาดภาพ ๑๒ x ๑๘ นิ้ว ติดบนกระดาษแข็งสีขาว ขนาด ๑๖ x ๒๒ นิ้ว เพียงขนาดเดียวเท่านั้น พร้อมทั้งส่งฟิล์มหรือไฟล์ภาพที่มีความละเอียดเท่ากับที่อัดขยาย บันทึกลงแผ่นซีดี/ดีวีดี จำนวน ๑ ชุด/๑ หัวข้อ
๔)    ผู้ส่งผลงานต้องอธิบายแนวคิดภาพผลงานโดยสังเขปและชื่อผลงาน พร้อมกรอกแบบฟอร์มกำกับผลงานที่กำหนดให้ชัดเจน ๑ ภาพ/ ๑ ใบ ได้แก่ อุปกรณ์การถ่ายภาพ เทคนิค สถานที่ และแนวคิด ติดด้านหลังภาพที่ส่งเข้าประกวด
๕)    ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดสามารถปรับแต่งจากคอมพิวเตอร์ได้ แต่ต้องไม่เกินจากความเป็นจริง
๖)    ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นภาพที่ถ่ายใหม่หรือภาพที่ถ่ายมาไม่เกิน ๓ ปี
๗)    สามารถส่งผลงานได้ไม่เกิน ๑๐ ภาพ/หัวข้อ พร้อมไฟล์ภาพ ผู้ส่งผลงานคนเดียวกันสามารถส่งผลงานได้หลายหัวข้อ แต่จะได้รับรางวัลสูงสุดในแต่ละหัวข้อเพียงรางวัลเดียวเท่านั้น
๘)    ภาพถ่ายที่ส่งประกวดจะต้องเป็นภาพที่ถ่ายด้วยตนเอง ห้ามมิให้ส่งผลงานในนามผู้อื่น หากตรวจพบว่า  นำผลงานของผู้อื่นมาแอบอ้าง จะตัดสิทธิ์รางวัลที่ได้รับ และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
๙)    ภาพที่ส่งเข้าประกวดจะต้องไม่เคยจัดแสดง ตีพิมพ์ หรือได้รับรางวัลจากที่อื่นมาก่อน
๑๐)     สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ขอสงวนสิทธิ์ในการใช้ภาพถ่าย เพื่อการประชาสัมพันธ์งานของสำนักงาน โดยจะให้เครดิตเจ้าของผลงาน
๑๑)     สำหรับผลงานที่ไม่ได้รับรางวัล สามารถมารับคืนได้ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ (หลังจากวันที่ประกาศผล) กรณีไม่รับภาพคืนให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการฯ  
๑๒)     ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด จะอุทธรณ์มิได้

    ซึ่งทาง สกศ. มีรางวัล ทั้งสิ้น ๒๑๐,๐๐๐ บาท (สองแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน) แบ่งเป็น ๕ หัวข้อ ดังนี้
๑.    การศึกษาของช่วงก่อนเกิด-ช่วงอายุ ๐-๕ ปี
รางวัลชนะเลิศ         เงินรางวัล   ๑๐,๐๐๐  บาท  ถ้วยรางวัลพร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑    เงินรางวัล     ๗,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒    เงินรางวัล     ๕,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลชมเชย ๑๐ รางวัล    เงินรางวัล     ๒,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
๒.    การศึกษาของช่วงอายุ ๕-๑๔ ปี
รางวัลชนะเลิศ         เงินรางวัล   ๑๐,๐๐๐  บาท  ถ้วยรางวัลพร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑    เงินรางวัล     ๗,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒    เงินรางวัล     ๕,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลชมเชย ๑๐ รางวัล    เงินรางวัล     ๒,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
๓.    การศึกษาของช่วงอายุ ๑๕-๒๑ ปี
รางวัลชนะเลิศ         เงินรางวัล   ๑๐,๐๐๐  บาท  ถ้วยรางวัลพร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑    เงินรางวัล     ๗,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒    เงินรางวัล     ๕,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลชมเชย ๑๐ รางวัล    เงินรางวัล     ๒,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
๔.    การศึกษาของช่วงอายุ ๑๕-๕๙ ปี
รางวัลชนะเลิศ         เงินรางวัล   ๑๐,๐๐๐  บาท  ถ้วยรางวัลพร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑    เงินรางวัล     ๗,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒    เงินรางวัล     ๕,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลชมเชย ๑๐ รางวัล    เงินรางวัล     ๒,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
๕.    การศึกษาของช่วงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป
รางวัลชนะเลิศ         เงินรางวัล   ๑๐,๐๐๐  บาท  ถ้วยรางวัลพร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑    เงินรางวัล     ๗,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒    เงินรางวัล     ๕,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร
รางวัลชมเชย ๑๐ รางวัล    เงินรางวัล     ๒,๐๐๐  บาท  พร้อมใบประกาศนียบัตร

     ระยะเวลาเปิดรับผลงาน ตั้งแต่บัดนี้ – ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ประกาศผลทาง www.onec.go.th ในวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข ๐ ๒๖๖๘ ๗๑๒๓ ต่อ ๑๑๑๒, ๑๑๑๖
ผู้ดำเนินรายการ    :    โครงการประกวดภาพถ่าย หัวข้อ “การศึกษา ๕ ช่วงวัย” ส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมเสนอมุมมองการจัดการศึกษาที่เหมาะสมในแต่ละช่วยวัยและสะท้อนผ่านภาพถ่ายอันจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาประเทศที่นักวิชาการบางท่านอาจมองไม่เห็น รวมทั้งเป็นการจุดประกายให้ทุก ๆ คน มีความรู้สึกว่า จริง ๆ แล้วเรามีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษานำพาประเทศไทยไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
   

 

 

 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด