เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สกศ. ครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๘
วันนี้ (๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๘) เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.กมล รอดคล้าย) เป็นประธานการประชุมสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๘ โดยมีผู้บริหารร่วมประชุม ณ ห้องประชุมภุชงค์ เพ่งศรี ชั้น ๒ อาคาร ๑ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
สำหรับสาระสำคัญของการประชุม ได้แก่
๑. การเตรียมงานเพื่อรับมอบนโยบายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (น.พ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) ในวันจันทร์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สกศ. ในเวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป
๒. การสรรหาผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากฎหมายการศึกษารักษาการผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ ขอให้เร่งดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการฯ
๓. กรอบอัตรากำลังข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยได้วางกรอบไว้ ๓ แนวทาง ได้แก่ กรอบอัตรากำลังเพื่อความก้าวหน้าของข้าราชการและบุคลากรในสำนักงานฯ การกำหนดตำแหน่งที่ยังขาดโดยการรับโอน สอบบรรจุ ฯลฯ และการปรับโครงสร้างอัตรากำลังทั้งระบบ
๔. สรุปผลการตรวจรับรองเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐขั้นพื้นฐาน (Certified FL) ๒๕๕๘ ของสำนักงานฯ ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๙๑.๕๙ และผ่านการประเมินในครั้งนี้
๕. การดำเนินงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของสำนักงานฯ ประจำปี ๒๕๕๘ ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
|
|
![]() |
![]() |
![]() |
|
จากนั้น เลขาธิการสภาการศึกษา ได้กล่าวถึงจุดเน้นการพัฒนางานสภาการศึกษา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ เพื่อให้เกิด Impack และเป็นที่ยอมรับต่อสังคม ใน ๕ เรื่อง ดังนี้
๑. จัดทำนโยบาย แผนพัฒนาการศึกษา ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปและพัฒนากฎหมายการศึกษา ในเรื่องการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ๒๕๕๙-๒๕๗๔ (๑๕ ปี) โดยแผนการศึกษาแห่งชาติจะต้องมีความชัดเจน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ แผนของสภาพัฒน์ การจัดทำข้อเสนอปฏิรูปการศึกษาต้องชี้ชัดว่าจะปฏิรูปเรื่องใดเพื่อนำไปสู่การปรับปรุง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ และการจัดทำกฎหมายคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
๒. จัดตั้งศูนย์ข้อมูลสารสนเทศและพยากรณ์การศึกษา โดยการการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา มีห้องสมุด มี E- Library ไว้ค้นคว้าหาข้อมูลด้านการศึกษาที่สามารถเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการรายงานสภาวะการศึกษาไทยและการแข่งขันในเวทีโลก ต้องมีการรายงานผลอย่างน้อยทุกเดือน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
๓. ศึกษาวิจัยเพื่อตอบโจทย์และพัฒนาการศึกษา โดยจัดตั้ง SORKORSOR หรือ OEC FORAM โดยนำเสนอประเด็นทางการศึกษา เช่น ทิศทาง พ.ร.บ. การศึกษา โดยเชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญหรือประธานคณะอนุกรรมการต่างๆ ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการศึกษามาอภิปรายให้ข้อเสนอแนะ เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางการศึกษา เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้าง ตลอดจนการวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา และความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
๔. เครือข่ายความร่วมมือและการสร้างกระบวนการรับรู้ในสังคม ได้แก่ การสร้างเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น การประชาสัมพันธ์ และสร้างกระบวนการรับรู้ จัดทำโครงการนำร่องและพัฒนาต้นแบบการศึกษา และการประสานการขับเคลื่อนนโยบาย
๕. การพัฒนาระบบบริหารจัดการ ได้แก่ การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างองค์กร การทบทวนองค์ประกอบสภาการศึกษา วางระบบอัตรากำลัง และกระบวนการสรรหา การพัฒนาบุคลกรและการสร้างขวัญกำลังใจ และระบบธรรมาภิบาลในการบริหาร
![]() |
|
![]() |
![]() |







