ถอดเทปสนทนาช่วงลัลลามหานคร FM 95 MHz คลื่นลูกทุ่งมหานคร ประเด็น แนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของสภาการศึกษา
สรุปการสนทนาช่วงลัลลามหานคร FM 95 MHz คลื่นลูกทุ่งมหานคร ประเด็น แนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของสภาการศึกษา ในพุธที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๕.๓๐ – ๑๕.๔๐ น. โดย ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา
ประเด็นสนทนา
ผู้ดำเนินรายการ : ในฐานะที่ท่านเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.กมล รอดคล้าย) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการสภาการศึกษา ท่านเลขาธิการสภาการศึกษาคิดว่า แนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจะเป็นอย่างไร
เลขาธิการสภาการศึกษา : ภาพรวมของการพัฒนาประเทศต้องพัฒนาคนเป็นหลัก เพราะคนที่มีคุณภาพจะส่งผลให้ประเทศพัฒนา โดยทั่วไปจะแบ่งการศึกษาออกเป็น การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษาอุดมศึกษา การศึกษานอกระบบ ฯลฯ หน่วยงานที่ดูแลการศึกษาในภาพรวม คือ สำนักงานเลขาธิการ
สภาการศึกษา (สกศ.) มีหน้าที่วางแผน และกำหนดนโยบายทางการศึกษาของประเทศ โดย สกศ. ได้เตรียมวางแผนเป็นนโยบายหรือแผนพัฒนาการศึกษาระยะยาว ๑๕ ปี โดยทั่วไปจะวางแผนพัฒนาการศึกษาครั้งละ
๕ ปี มีการกำหนดว่า จะผลิตคนจำนวนเท่าไร สาขาใด ซึ่งจะไม่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ เพราะในการทำเรื่องนี้นั้น จะต้องมีการดำเนินการวางแผนระยะยาว โดยภาพรวมของการกำหนดแผนพัฒนาการศึกษาในครั้งนี้ ได้แก่ ๑) จะดำเนินการจัดทำแผนการศึกษา ๑๕ ปี ๒) แผนดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ต้องผลิตให้ตรงกับความต้องการ ไม่ใช่ผลิตออกมาแล้ว ไม่มีงานทำ และ
๓) แผนดังกล่าวจะต้องเป็นรูปธรรมและนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
เมื่อ สกศ. กำหนดนโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา รวมทั้งหน่วยงานที่จัดการศึกษาจะต้องนำแนวทางนี้ไปดำเนินการ ไม่เพียงแต่วางแผนในกระดาษเท่านั้น วิธีที่จะทำให้เรื่องนี้ประสบความสำเร็จคือ ต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน
ผู้ดำเนินรายการ : ท่านเลขาธิการสภาการศึกษามีแนวคิดในด้านการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการว่าควรเป็นไปในทิศทางใด
เลขาธิการสภาการศึกษา : ที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นเป้าหมายและทิศทางในการพัฒนา แต่เส้นทางการเดินไปนั้น จะมีปัญหาอยู่มากมาย ดังนั้น จะต้องมีการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ ประเด็นแรก คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ โดยการสร้างเด็กให้เป็น นักคิด ที่ผ่านมาเด็กจะมีลักษณะใช้ทักษะการจำ แต่ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ปฏิรูปการพัฒนาครู ปฏิรูปสื่อการเรียนรู้ แต่ก่อนจะมีการเรียนการสอนบนกระดาน/แผ่นกระดาษ ในปัจจุบันมีการเรียนการสอนและการเรียนรู้ทางอินเทอร์เน็ต วิทยุ โทรทัศน์ มือถือ จึงควรให้เด็กมีความรู้ในเรื่อง ภาษา เทคโนโลยี และมีความเป็นผู้นำ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ประเด็นที่สอง คือ การปฏิรูปด้านระบบงบประมาณ ประเทศไทยมีการทุ่มงบประมาณในด้านต่าง ๆ ค่อนข้างมากเป็นอันดับ ๒ ของโลก แต่ประเทศไทยมีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก จึงควรปรับระบบงบประมาณให้ใช้อย่างคุ้มค่า
ประเด็นที่สาม คือ การปฏิรูปโครงสร้างองค์กร เมื่อมีการรวมศูนย์อำนาจสั่งการไว้ที่ส่วนกลาง เช่น ในเรื่องการศึกษาต้องมีการมอบหมายให้ชุมชน และจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการเอง ทำให้ผลที่ได้สอดคล้องและตรงกับความต้องการของท้องถิ่น
ผู้ดำเนินรายการ : อยากให้ท่านเลขาธิการสภาการศึกษาฝากอะไรถึงท่านผู้รับฟังรายการเกี่ยวกับ มุมมองและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้
เลขาธิการสภาการศึกษา : ประการสำคัญคือ ต้องการให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วม ช่วยให้ความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ เช่น การแสดงความคิดเห็นว่า อยากได้คนแบบใด ผู้ที่จบการศึกษามีความรู้ความสามารถมีบุคลิกลักษณะอย่างไร ฯลฯ คนไทยไม่ต้องการเพียงแค่คนเก่งเท่านั้น เพราะสังคมไทยต้องการคนที่มีน้ำใจ เสียสละ มีความสุภาพอ่อนน้อม นี่คือลักษณะของเด็กไทย สิ่งสำคัญคือ เมื่อมีการวางแผนในเรื่องการศึกษา จำเป็นต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วน เนื่องจากการศึกษาไม่ใช่หน้าที่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น จำเป็นต้องขอความร่วมมือและสนับสนุนจากภาคเอกชน บริษัท และห้างร้าน เข้ามามีส่วนร่วม
ควรมองการศึกษาในลักษณะแบบองค์รวม อย่าไปมองจุดใดจุดหนึ่ง ถ้ามองในภาพรวม คือ เมื่อผลิตเด็กที่มีคุณภาพอย่างน้อย ๙๙% เด็กต้องมีคุณภาพ ส่วนที่เป็นจุดอ่อนต้องร่วมมือและช่วยกันแก้ไข รวมถึงให้คำแนะนำ ประเด็นนี้ขอฝากไว้ เนื่องจากการศึกษาเป็นหน้าที่ของทุกคน ถ้าเราทุกคนช่วยกันทำ รับรองว่า จะสามารถสร้างคนที่มีคุณภาพให้กับสังคมได้อย่างแน่นอน
ผู้ดำเนินรายการ : เด็กไทยมีความเก่งและฉลาดไม่แพ้ชาติใดในโลก ถ้ามีการปูพื้นฐานอย่างที่ท่านเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.กมล รอดคล้าย) ได้กล่าวมาข้างต้น เปรียบเสมือนว่า การปลูกต้นไม้ และได้ใส่ปุ๋ย พรวนดิน รดน้ำ ทำทุกสิ่งที่ดีแล้ว เชื่อว่า จะสามารถทำให้ผลผลิตที่ออกมาย่อมเป็นสิ่งที่ดี และมีผลที่งดงาม เฉกเช่นกับเด็ก ๆ ที่กำลังเจริญเติบโตออกมาเป็นต้นกล้าของแผ่นดินในอนาคตต่อไป
------------------------------------------------

