วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๘ นางสุทธศรี วงษ์สมาน เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ฝึกอ่านทำนองเสนาะจากวรรณคดีไทย ณ โรงแรม เอส.ดี.อเวนิว กรุงเทพฯ
เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการฝึกการอ่านทำนองเสนาะจากวรรณคดีไทย เพื่อส่งเสริมการอ่าน ซึ่งเป็นโครงการที่น่าสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันพบว่า เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ บางคำที่ดูว่าง่าย เด็กก็ยังสะกดไม่ได้ สาเหตุหนึ่งอาจมาจากช่วงหนึ่งที่ผ่านมา เน้นการสอนเป็นคำ ๆ ไม่ได้เน้นการแจกลูกคำ เมื่อพบคำใหม่จึงสะกดไม่ได้ ขณะนี้จึงมีการส่งเสริมการสอนภาษาไทยในหลายโครงการ โดยตั้งเป้าหมายว่า เมื่อจบช่วงชั้นป. ๓ เด็กจะอ่านออกเขียนได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เน้นว่า เมื่อจบ ป. ๑ ต้องอ่านเบื้องต้นให้ได้ เขียนคำ ง่าย ๆ ให้ได้
สำหรับเรื่องการอ่านจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ คนไทยอ่านหนังสือวันละ ๓๖ นาที ซึ่งน้อยมากการปฏิรูปการศึกษาจึงตั้งเป้าว่าให้อ่านวันละ ๖๐ นาที ซึ่งปัจจุบัน คนอายุ ๑๕-๕๙ ปี อัตราการอ่านต่อวันเพิ่มมากขี้น โครงการนี้ จึงส่งผลหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการอ่าน การอ่านให้แตกฉาน เรื่อง ความเข้าใจโดยผ่านเรื่องค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ นอกจากท่องได้ต้องนำไปสู่การปฏิบัติด้วย เราเป็นคนไทย ค่านิยมหลัก ๑๒ ประการที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ แสดงถึงความเป็นไทยและคุณค่าของความเป็นพลเมืองที่กำลังส่งเสริมคู่ขนานกัน ซึ่งสามารถบูรณาการกับโครงการนี้ได้ทั้งสิ้น
ภาษาไทยมีเสน่ห์หลายเรื่อง คำประพันธ์ก็มีหลายประเภท ทั้ง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ซึ่งไพเราะและเป็นเอกลักษณ์ ช่วยพัฒนาสมองของเด็ก คำกลอนทำให้เด็กเกิดสุนทรียภาพ ส่งเสริมจินตนาการ เกิดความคิดสร้างสรรค์ ทั้งช่วยทำให้จำได้ง่าย เช่น การท่องอาขยาน เมื่อจำได้ก็จะนำไปสู่การปฏิบัติ ปฏิบัติบ่อย ๆ ก็เกิดเป็นนิสัย เช่น ปฏิบัติตามค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ ก็ช่วยสร้างพลเมืองดี การพัฒนาการศึกษาจึงถือเป็นพื้นฐานการสร้างความมั่นคงของชาติ โครงการที่สำนักงานฯ ได้ทำร่วมกับ กอ.รมน. จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ นี้ จะช่วยส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้ซึบซับในวรรณคดีไทย เรียนรู้ภาษาไทย อ่านคำกลอนภาษาไทยและนำไปปฏิบัติผ่านเนื้อหาสาระค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ ซึ่งต้องขอบคุณครูภาษาไทยทุกท่าน เพราะภาษาไทยเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ของภาษาอื่น มีรายงานแจ้งว่าเด็กที่เรียนวิชาอื่นอ่อน เหตุหนึ่งก็มาจากการที่ภาษาไทยไม่แตกฉาน เพราะอ่านไม่เข้าใจ ทำให้ทำไม่ได้ ภาษาไทยจึงมีความสำคัญในหลายประการ ครูภาษาไทยจึงเป็นบุคคลสำคัญ จึงขอให้ครูช่วยนำโครงการนี้ไปขยายผลให้เด็ก ชุมชน สังคม ให้เห็นความสำคัญและช่วยกันอนุรักษ์และสืบสานต่อไป