สกศ. เดินหน้าพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองประเภทอาชีวศึกษา
เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ เลขาธิการสภาการศึกษา (นางสุทธศรี วงษ์สมาน) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมทางวิชาการระดับชาติ เรื่อง การพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองประเภทอาชีวศึกษา โดยมี นางสาวประภาพรรณ วงศาโรจน์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวรายงาน ผศ. ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากร พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครู คณาจารย์ และข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
![]() |
|
|
|
|
|
![]() |
![]() |
|
|
นางสุทธศรี วงษ์สมาน เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า การพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญ โดยต้องการพัฒนาคุณลักษณะของนักศึกษาให้มีความเป็นพลเมือง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในและนอกห้องเรียน สกศ. ได้ดำเนินการเรื่องนี้ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนานโยบายด้านการศึกษาในปัจจุบัน เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้พร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ โดยมีการบูรณาการในเรื่องสิทธิหน้าที่การรู้จักประชาธิปไตย เคารพสิทธิและความคิดเห็นของผู้อื่น กล้าแสดงความคิดเห็น มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น สกศ. ได้นำร่องโครงการและให้สถานศึกษานำไปขยายผลในการพัฒนารสู่เด็กและเยาวชน จะก่อให้เกิดประโยชน์ในการสร้างพลเมืองของประเทศในอนาคตต่อไป
![]() |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
นางสาวประภาพรรณ วงศาโรจน์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ กล่าวว่า สกศ. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมครู ผู้บริหารสถานศึกษาประเภทอาชีวศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดทักษะในการจัดการเรียนการสอนผ่านกิจกรรมที่เน้นกระบวนการคิด วิเคราะห์ และการฝึกฝน ลงมือปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา โครงการนี้ได้มีการอบรมไปแล้ว ๔ รุ่น ใน ๔ ภูมิภาค ได้แก่ รุ่นที่ ๑ จังหวัดปทุมธานี รุ่นที่ ๒ จังหวัดเชียงใหม่ รุ่นที่ ๓ จังหวัดสงขลา และรุ่นที่ ๔ จังหวัดอุดรธานี โดยมีสถานศึกษานำร่องจำนวน ๑๐๙ แห่ง เป็นสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน ๔๔ แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน ๖๕ แห่ง จาก ๕๕ จังหวัด รวม ๔๔๙ คน ซึ่งสถานศึกษานำร่องที่ผ่านการอบรมได้นำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลในสถานศึกษาของตน จากนั้นได้ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกเพื่อนำเสนอผลงานในวันนี้ มีสถานศึกษาผ่านการเข้ารอบให้นำเสนอภูมิภาคละ ๒ แห่ง รวม ๘ แห่ง





