สกศ. จับมือ หอการค้าอังกฤษ เร่งปฏิรูปศึกษาไทย ยกระดับทักษะแรงงาน รองรับเกณฑ์ OECD
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ประธานการประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนากำลังคนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ร่วมกับหอการค้าอังกฤษ - ไทย โดยมี ผู้แทน Danny Whitehead (บริติช เคารน์ซิล) Pinyapa Somphong (บริษัท ที ดับบลิวแอลเอส จำกัด) Phinnipha Suriyong (บริษัท เอพลัส แคเรียร์ จำกัด) Rachel Jones (โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา) Edward Gibson (โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจ กรุงเทพฯ) Christopher Nicholls (โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ) บริษัท พีซีเอส ประเทศไทย จำกัด บริษัท แม็กนั่ม ไอซีซี (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เซนิกซ์ แอโรสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอบีอี จำกัด บริษัท พีเพิลแมทเทอร์ส จำกัด หอการค้าอังกฤษ – ไทย และนายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ข้าราชการ สกศ. ผู้แทน สพฐ. สอศ. สช. คุรุสภา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ.

รศ.ดร.ประวิต กล่าวว่า การขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้เกิดการนำไปปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดรับความคิดเห็น โดยระบุว่า บุคลากรหรือภาคส่วนใดมีแนวคิดหรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับนโยบาย แนวทางการดำเนินงานในรูปแบบใหม่ สามารถส่งความคิดเห็นดังกล่าวเข้ามาเพื่อประกอบการพิจารณาเชิงนโยบายได้ทันที ดังนั้น การระดมความคิดเห็นวันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่เราทุกคนจะได้มาร่วมแบ่งปันไอเดีย และสร้างความร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง จะเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานและกำหนดทิศทางอนาคต เพื่อให้การบริการและโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสูงสุดต่อไป


Danny กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ไทย-สหราชอาณาจักร การร่วมมือด้านการศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญมาโดยตลอด โดยเน้นย้ำว่าการยกระดับศักยภาพของประชากร การพัฒนาทุนมนุษย์และขีดความสามารถในการแข่งขัน สหราชอาณาจักรพร้อมอย่างยิ่งที่จะเป็นพันธมิตรในการสนับสนุนไทยยกระดับระบบการศึกษา และแบ่งปันมุมมองจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านการศึกษาระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


ผู้แทนฝ่ายไทย กล่าวถึงความท้าทายในการเตรียมตัวเข้าเป็นสมาชิก OECD และการจัดอันดับ IMD ว่า ไทยกำลังอยู่ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยนายกรัฐมนตรีตั้งเป้าหมายว่าเราจะต้องเข้าเป็นสมาชิกให้ได้ภายใน 3 ปี จำเป็นต้องจัดทำรายงานประเมินตนเองเพื่อส่งให้ทาง OECD โดยต้องทำการวิเคราะห์ระบบการศึกษา 5 ด้าน ได้แก่ ภาพรวมระบบการศึกษา การศึกษาปฐมวัย การศึกษาในระดับโรงเรียน (ประกอบด้วย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา) การศึกษาระดับอุดมศึกษา และการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับหอการค้าโดยตรง แต่เนื่องจาก OECD ให้เวลาจำกัดในการทำวิจัยกำหนดส่งรายงานในเดือนกันยายนนี้ เพื่อหาแนวทางยกระดับสู่มาตรฐานสากล สกศ. ขอร่วมมือกับหอการค้าในการพัฒนาการจัดการศึกษาให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคเอกชน และเพื่อแก้ปัญหาคะแนนอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน (IMD) ของไทยที่ยังต่ำอยู่


ที่ประชุมหารือหลายเรื่อง อาทิ ความร่วมมือการทำรายงานประเมินระบบการศึกษาเสนอ OECD การสนับสนุนทุนนักเรียนไทยโครงการ ODOS ผ่านโรงเรียนนานาชาติ การจัดงานเทศกาลการศึกษานานาชาติ (Festival of Education) โครงการผลิตและพัฒนาครู และขณะนี้ไทยกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนแรงงานทักษะสูง จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI/Digital มีข้อเสนอแนะ 2 เรื่องคือ เร่งปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้ผลิตบุคลากรที่พร้อมทำงานในระดับสากล (Globally Ready) และปลดล็อกเงื่อนไข เสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาอุปสรรคเรื่อง การไม่ยอมรับและไม่รับรองใบอนุญาตวิชาชีพจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยและผู้เชี่ยวชาญศักยภาพสูงที่จบจากเมืองนอก ไม่สามารถกลับมาทำงานหรือช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้ นอกจากนี้ มีข้อจำกัดเร่งด่วนในมุมมองของโรงเรียนนานาชาติคือ “การรับรองวิชาชีพครูจากอังกฤษ” ซึ่งปัจจุบันครูอังกฤษที่ถือคุณวุฒิครูเต็มขั้น (QTS) และจบหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการศึกษา (PGCE) เมื่อมาสอนที่ไทยต้องถูกบังคับให้เรียนโมดูลครูเพิ่มเติมของคุรุสภา ซึ่งจะทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น จึงอยากให้ สกศ. ช่วยสนับสนุนและปลดล็อกการยอมรับคุณวุฒิครูจากอังกฤษด้วย

