สกศ. ระดมสมองภาคีเครือข่าย ปรับสูตรจัดสรรงบเงินอุดหนุนฯ ลดภาระครู ดันเงินอุดหนุนตรงสู่ผู้เรียน

image

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา มอบหมายให้ ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา กรณีการจัดสรรงบประมาณไปยังผู้เรียนผ่านเลขบัตรประชาชน และสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อลดช่องว่างการบริหารจัดการทรัพยากรและทบทวนปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ โดยมีนางสาวกิ่งกาญจน์ เมฆา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา สกศ. เป็นวิทยากร พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ครู ผู้เรียน บุคลากรด้านการศึกษา ผู้แทนจากหน่วยงานภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร

ดร.รุ่งนภา กล่าวว่า สภาการศึกษาในฐานะหน่วยงานด้านการศึกษาที่จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนให้เกิดการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งสอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติในช่วงระยะเวลา 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2015 -2030) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย ในขณะเดียวกันการเผชิญความท้าทายจากบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การดำเนินการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณด้านการศึกษาที่ผ่านหน่วยงานหรือสถานศึกษาเป็นหลัก (Supply-side Financing) อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้เรียนและสถานศึกษาเท่าที่ควร ดังนั้นการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณไปยังผู้เรียนโดยตรง (Demand-side Financing) จึงเป็นแนวทางที่น่าสนใจเพื่อให้เกิดการลดช่องว่างและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษาอย่างแท้จริง

ดร.ปัทมา เอี่ยมละออง ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายการเงินการคลังและทรัพยากรทางการศึกษา สกศ. ได้นำเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา ได้แสดงช่องว่างจากการลงทุนด้านการศึกษา ที่สะท้อนการบริหารจัดการทรัพยากรและงบประมาณที่ขาดประสิทธิภาพ ดังนี้ 1) ผลลัพธ์การเรียนรู้แปรผกผันกับงบประมาณ โดยชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีการลงทุนงบประมาณในสนับสนุนการศึกษาที่สูงมาก แต่ผลลัพธ์ทางการศึกษากลับไม่สอดคล้องกัน และ 2) การจัดสรรเงินพร้อมปัจจัยแฝง เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวที่ไม่ตอบโจทย์การสนับสนุนการจัดการศึกษาอย่างแท้จริงเนื่องจากประเทศไทยมีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก อีกทั้งพบว่าค่าใช้จ่ายแฝง (ค่าสาธารณูปโภค) ที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาทำให้ไม่ได้นำงบประมาณที่ได้รับไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเท่าที่ควร ดังนั้นการสร้างนวัตกรรมความร่วมมือ การจัดสรรทรัพยากร และการพัฒนาระบบกำกับ ติดตาม ประเมินผล จะเป็นแนวทางในการลดช่องว่างและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา

ต่อมาที่ประชุมได้ร่วมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับ แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา กรณีการจัดสรรงบประมาณไปยังผู้เรียนผ่านเลขบัตรประชาชน และสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยหน่วยงานมีลักษณะการดำเนินการจัดสรรงบเงินอุดหนุนฯ ดังนี้ สกร. ได้จัดสรรค่าสาธารณูปโภคให้อยู่ในงบพื้นฐาน แต่ในขณะเดียวกัน สพฐ. / สอศ. / สำนักการศึกษา กทม. ค่าสาธารณูปโภค ค่าตอบแทนผู้สอน ถูกนำไปรวมในเงินอุดหนุนฯ ส่วนค่าอุปกรณ์การเรียนและเครื่องแบบนักเรียนผู้ปกครองสามารถยื่นแสดงหลักฐานรายการสั่งซื้อต่อสถานศึกษาได้ ในด้านของหน่วยงานการวัดและประเมินผล สมศ. / สทศ. มีข้อมูลผลการประเมินสถานศึกษาที่ครอบคลุมทั้งตัวผู้เรียน การบริหารจัดการ และผู้สอน ซึ่งจะช่วยในการจัดสรรงบประมาณมีความเหมาะสมและตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น

ผู้เข้าร่วมประชุมได้ให้ข้อสังเกตและข้อควรคำนึงสำหรับแนวทางการปรับสูตรจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยการจัดสรรไปยังผู้เรียนโดยตรงซึ่งเชื่อมโยงกับเลขบัตรประชาชน ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ ความหลากหลายของกลุ่มผู้เรียน (กลุ่มเปราะบาง / กลุ่มในเรือนจำ / ไม่ใช่สัญชาติไทย / พระภิกษุสามเณร / พื้นที่ห่างไกล) ต้องกำหนดกฎเกณฑ์การจัดสรรแยกเฉพาะกลุ่มให้ชัดเจน การเชื่อมโยงฐานข้อมูลเงินอุดหนุนฯ ของนักเรียนเข้ากับข้อมูลทางการค้าเพื่อให้ผู้ผลิตและจำหน่ายทราบสิทธิ์เงินอุดหนุนฯ ซึ่งจะช่วยให้องค์การค้าฯ สามารถจัดจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์การเรียนในราคาพิเศษที่รัฐสนับสนุน ระบบการติดตามผู้เรียนแบบ Real-Time กรณีการย้ายสถานศึกษาโดยรัฐจะต้องพัฒนาระบบการติดตามเพื่อช่วยให้เกิดการจัดสรรงบเงินอุดหนุนฯ ที่ถูกต้อง การวางกรอบหรือกฎเกณฑ์การทำธุรกรรมโดยต้องคำนึงถึงผู้เรียนที่ไม่บรรลุนิติภาวะด้วย ในขณะเดียวกันต้องกำหนดแนวทางการควบคุมการใช้เงินให้ตรงตามวัตถุประสงค์ผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเงินอุดหนุนฯ ของนักเรียน


 

ผลจากการระดมความคิดเห็นครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นตรงกันว่าพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อนำมาบูรณาการจัดการจัดสรรงบประมาณเป็นประเด็นสำคัญที่จะช่วยลดช่องการบริหารทรัพยากรและงบประมาณทางการศึกษา ลดภาระครูผู้สอน พร้อมยกระดับการศึกษาให้มีคุณภาพ ซึ่งข้อมูลจากการประชุมครั้งนี้ สกศ. จะนำไปวิเคราะห์แนวทางและวิธีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายผู้เรียนให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษาในภาพรวมต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด