สกศ. ผสานความร่วมมือภาคแรงงาน เตรียมจัดประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ครั้งที่ 29

image

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569  กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ได้จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนหัวข้อหลักของการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ASEAN Labour Ministers’ Meeting and Related Meetings: ALMM)  ครั้งที่ 29 ครั้งที่ 1/2569 โดยนายโกเมศ ปิยะพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานการประชุม ในการนี้ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา มอบหมายให้ ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติเป็นคณะทำงานฯ  ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน

สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ครั้งที่ 29 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 27 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานครฯ ที่ประชุมให้ข้อคิดเห็นต่อแนวคิด (Concept Note) หัวข้อหลักการประชุม “การพัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน: การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับในระดับสากล (Advancing ASEAN Human Capital: Skills Certification towards Global Recognition)” ตามบริบทความพร้อมในสาขาอาชีพที่ไทยมีศักยภาพในเวทีอาเซียน มุ่งเน้นการใช้กลไกการรับรองทักษะย่อย (Micro-credentials) และระบบการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ฯ (ปี 2020 – 2030) โดยใช้กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) เป็นกลไกหลักในการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) เพื่อสร้างมาตรฐานการยอมรับผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes) ที่เป็นสากล

ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนใช้กรอบความร่วมมือด้านมาตรฐานฝีมือแรงงาน (มรช.) ในการกำหนดทิศทางการพัฒนากำลังคน รวมถึงคุณวุฒิการศึกษาภายใต้กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) โดยมี 3 เสาหลัก ได้แก่ (1) การรับรองหลักสูตรฝึกอบรม (Skill Training Course Certification) (2) การรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน (Skill Standard Certification) และ (3) การรับรองศูนย์แห่งความเป็นเลิศ (Center of Excellence Certification)

ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาสาขาอาชีพที่ประเทศไทยมีศักยภาพเพื่อเสนอให้เป็นสาขานำร่อง (Pilot Sector) ในการดำเนินกิจกรรมภายใต้หัวข้อหลักของการประชุมฯ ซึ่งผลการพิจารณาเบื้องต้นพบว่ามีสาขาอาชีพที่มีศักยภาพ จำนวน 3 สาขา คือ ช่างเชื่อม ช่างไฟฟ้า และนวดไทย โดยผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติได้เสนอให้คำนึงถึงความพร้อมและประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ 2 ประเด็นหลัก คือ 1) เป็นสาขาอาชีพที่ กพร. มีความพร้อมทั้ง ๓ เสาหลัก คือ (1) มีหลักสูตรฝึกอบรมที่กำหนดสมรรถนะที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และ NQF เพื่อให้ผู้สำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมดังกล่าวสามารถสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้/สมรรถนะในระบบธนาคารหน่วยกิตของ กพร. และระบบการศึกษาได้ (2) มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติที่กำหนดระดับไว้ชัดเจน และ (3) มีศูนย์ความเป็นเลิศในการพัฒนาบุคลากรในสาขานั้น และ 2) เป็นสาขาที่ประเทศไทยมีความพร้อมและเสนอให้เป็นสาขาอาชีพนำร่องในโครงการประยุกต์ใช้หลักการทั่วไปของอาเซียนว่าด้วยการประกันคุณภาพและการยอมรับระบบรับรองสมรรถนะ (ASEAN Guiding Principles: AGP) ตามที่ประเทศไทยได้พิจารณาคัดเลือกสาขานำร่องในเบื้องต้น คือ สาขาช่างเชื่อม เนื่องด้วยเป็นสาขาที่ไม่มีข้อจำกัดในแง่ของกฎหมาย และมีสถาบันพัฒนาบุคลากรการเชื่อม (Welding Skill Development Academy: WelDA) เป็นหน่วยงานภายใต้ กพร. ที่มีภารกิจในการพัฒนาและยกระดับฝีมือแรงงานช่างเชื่อมให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งครอบคลุมทั้งการฝึกอบรม และการทดสอบฝีมือช่างเชื่อม

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด