สกศ. จับมือ สช. จัดเวที Credit Bank Forum ครั้งที่ 10 ขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตโรงเรียนเอกชนนอกระบบอย่างไร้รอยต่อ
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุม 10th Credit Bank Forum: แนวทางการดำเนินงานระบบธนาคารหน่วยกิตรูปแบบการศึกษานอกระบบของโรงเรียนเอกชน โดยมีวิทยากรอภิปราย ดร.ปริยา เลิศลอย และ น.ส.กมลทิพย์ อินแก้วเครือ สนง.คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และ ดร.กิตตินันท์ ครุฑพงษ์ ประธานกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบ จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมในรูปแบบผสมผสานทั้งออนไลน์และออนกราวด์ ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ.

ดร.นิติ กล่าวว่า สช.ได้ขับเคลื่อนพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) สำหรับโรงเรียนเอกชนนอกระบบอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดทำคู่มือและพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเสร็จสมบูรณ์เพื่อรองรับการใช้งานและการขออนุญาตของเครือข่ายทั่วประเทศ ระบบนี้จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถสะสมและนำผลลัพธ์การเรียนรู้ ประสบการณ์ รายวิชาจากโรงเรียนเอกชนนอกระบบมาเทียบเคียง โอนย้าย และสะสมหน่วยกิตในระบบการศึกษาได้อย่างอิสระ
ดร.ปริยา กล่าวว่า ระบบธนาคารหน่วยกิต สำหรับโรงเรียนเอกชนนอกระบบจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสะสมและเทียบโอนผลการเรียนรู้ ประสบการณ์ หรือทักษะวิชาชีพได้อย่างยืดหยุ่นตลอดชีวิตโดยไม่มีเงื่อนไขด้านเวลา โครงสร้างการบริหารจัดการ คือ ระดับการศึกษาดูแลโดย สช. ระดับจังหวัดดูแลโดยศึกษาธิการจังหวัด และระดับสถานศึกษามีคณะกรรมการเทียบโอนอย่างน้อย 3 คนรองรับการเทียบโอนครอบคลุม 4 รูปแบบ ทั้งการโอนเข้าสู่ระบบสามัญ อุดมศึกษา หรือย้ายระหว่างโรงเรียนนอกระบบด้วยกัน สำหรับหลักฐานที่ใช้ยื่น เช่น หนังสือรับรองการทำงาน แฟ้มสะสมงาน วิดีโอปฏิบัติงาน ซึ่งโรงเรียนสามารถจัดทดสอบเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม ส่วนโรงเรียนที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นธนาคารหน่วยกิตจะต้องผ่านเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในและรายงานผลผ่านระบบ PEIS ทุกปี โดย สช. ได้กำหนดปฏิทินรองรับการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนอย่างเป็นระบบแบ่งเป็น 4 รอบต่อปี

น.ส.กมลทิพย์ กล่าวว่า สช. ได้เปิดตัวใช้งานระบบธนาคารหน่วยกิต ผ่านการทดสอบระบบร่วมกับโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ภูมิภาค ขับเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มุ่งเน้นภารกิจหลัก 2 ด้าน คือการสะสมและการเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้ เชื่อมโยงฐานข้อมูลสถานศึกษาและผู้เรียนจากระบบต่าง ๆ ผู้เรียนสามารถล็อกอินผ่าน ThaiID หรืออีเมลเพื่อเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก ด้านการบริหารจัดการ เจ้าหน้าที่ส่วนกลางและศึกษาธิการจังหวัดจะมีหน้าที่ตรวจสอบความพร้อมและอนุมัติการขึ้นทะเบียนของโรงเรียนรวมถึงหลักสูตร ขณะที่โรงเรียนนอกระบบต้องตั้งคณะกรรมการระดับสถานศึกษาก่อนยื่นขอขึ้นทะเบียนเพื่อเปิดรับการสะสมหน่วยกิตและรายงานผลผู้เรียน ระบบนี้ทำหน้าที่เป็นพอร์ตโฟลิโอส่วนตัวของผู้เรียนโดยดึงข้อมูลประวัติการเรียนในสังกัด สช. มาแสดงผลโดยอัตโนมัติ เปิดโอกาสให้บันทึกประสบการณ์หรือการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อรองรับการเทียบโอนความรู้ในอนาคต ระยะแรกจะเปิดใช้งานภายในเครือข่ายโรงเรียนเอกชนก่อน และมีแผนจะเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกต่อไป

ดร.กิตตินันท์ กล่าวว่า ระบบนี้ช่วยยกระดับและรับรองมาตรฐานหลักสูตรโรงเรียนเอกชนนอกระบบให้เทียบเคียงกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) มาตรฐานอาชีพ และระดับสากล โดยผู้บริหารต้องเร่งพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-based) และสร้างเครื่องมือวัดผลที่ชัดเจน ซึ่ง สช. มีกำหนดจะเปิดตัวคู่มือการดำเนินงานอย่างเป็นทางการในการประชุมใหญ่ปลายเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญและวางแนวทางปฏิบัติร่วมกัน

ดร.กาญจนา กล่าวว่า ความสำเร็จของ “นครสวรรค์โมเดล” เป็นต้นแบบที่มีการบูรณาการหลักสูตรหลากมิติ อาทิ การโอนย้ายวิชาตัดเย็บเสื้อผ้าสู่อาชีวศึกษา ช่างยานยนต์ไฟฟ้า วิชาชีพเกษตรกรรมจากเรือนจำ และอีสปอร์ตเชื่อมโยงมัธยม พร้อมเปิดเผยโรดแมปปี 2569 ของสกศ. ในการขับเคลื่อน 77 จังหวัด ผ่านการประชุมแนวทางในเดือนมิถุนายน อบรมพัฒนาศักยภาพช่วงกรกฎาคม - สิงหาคม ตลอดจนเปิดตัวระบบบิ๊กดาต้า AI เพื่อดึงข้อมูลเดิมมาใช้เชื่อมโยงและติดตามสถานะธนาคารหน่วยกิตในทุกระดับอย่างยั่งยืน

