สกศ. ลงพื้นที่สงขลา พัฒนาคู่มือวินัย-ร้องเรียน ปักหมุดความยุติธรรมให้ระบบการศึกษาไทย
วันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา มอบหมายให้สำนักกฎหมายการศึกษา นำโดย ดร.ณัฐิกา นิตยาพร ผู้อำนวยการกลุ่มนิติการ รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา ลงพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม เพื่อจัดทำคู่มือการจัดการเรื่องร้องเรียนของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และคู่มือการบริหารจัดการการดำเนินการทางวินัยของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมี นายศังกร รักชูชื่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลาเขต 3 และผู้เกี่ยวข้องกับงานด้านกฎหมายจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 และเขต 3 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล ร่วมให้ข้อมูล ณ จังหวัดสงขลา
“คู่มือการจัดการเรื่องร้องเรียน” และ “คู่มือการบริหารจัดการการดำเนินการทางวินัย” เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความโปร่งใสและมาตรฐานการบริหารราชการ พร้อมเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายและวินัยแก่บุคลากรให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง สกศ. จึงมุ่งทบทวนคู่มือเรื่องร้องเรียนเดิมให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ควบคู่กับการจัดทำคู่มือเชิงเทคนิคด้านการสืบสวนสอบสวนทางวินัย สำหรับคณะกรรมการและประธานกรรมการสอบสวน เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง รอบคอบ และเป็นธรรม โดยคัดเลือกจังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ศึกษาภาคสนาม เนื่องจากเป็นจังหวัดศูนย์กลางสำคัญของภาคใต้ มีความหลากหลายทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม และหน่วยงานการศึกษาหลายระดับ เมื่อนำไปบูรณาการเข้ากับผลการเก็บข้อมูลจากภูมิภาคจะส่งผลให้การจัดทำคู่มือมีข้อมูลที่ครอบคลุมและใช้งานได้จริง


วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 คณะทำงานเดินทางไปยัง อ.นาทวี เพื่อลงพื้นที่เก็บข้อมูล ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความพิเศษเนื่องจากมีพื้นที่รับผิดชอบกว้างขวาง ครอบคลุมสถานศึกษาในพื้นที่ 5 อำเภอทางตอนใต้ของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนและพื้นที่คาบเกี่ยวความมั่นคง เช่น อำเภอจะนะ เทพา นาทวี สะเดา ส่งผลให้มีจำนวนสถานศึกษาในสังกัดปริมาณมาก กระบวนการบริหารจัดการจึงมีความซับซ้อนกว่าเขตพื้นที่ปกติ โดย สพป.สงขลา เขต 3 มีสถิติการร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการจัดการที่เป็นระบบดังนี้ 1) ผ่านช่องทางดิจิทัล โดยการรับเรื่องผ่านหน้าเว็บไซต์หลักและเพจเฟซบุ๊กของสำนักงาน 2) สายตรงกลุ่มกฎหมายและคดี มีการระบุเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลุ่มกฎหมายและคดีโดยตรงเพื่อให้คำปรึกษาเบื้องต้น เมื่อกลุ่มกฎหมายได้รับข้อมูล (ทั้งทางโทรศัพท์และจดหมาย) จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปเรื่องราวเพื่อนำเสนอต่อผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อพิจารณาสั่งการในทันที โดย นายศังกร รักชูชื่น ผอ.สพป.สงขลา เขต 3 เห็นว่าการสร้างความเชื่อมั่นด้านความยุติธรรมในด้านการสืบสวนและการดำเนินการทางวินัยให้กับประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งต้องดำเนินการจริงและดำเนินการให้แล้วเสร็จในเวลาที่กำหนด พร้อมเสนอแนวทางการจัดการ เช่น กรณีร้องเรียนใน สพป. ต้นสังกัด ควรมอบให้ สพป. อื่นสอบสวนวินัยแทน เพื่อความโปร่งใสและไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน



วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 คณะทำงานลงพื้นที่เก็บข้อมูล ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูลและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 พบว่าแต่ละหน่วยงานมีแนวปฏิบัติที่แตกต่างกัน บางหน่วยงานกฎหมายมีหน้าที่ขับเคลื่อนและรับผิดชอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA: Integrity and Transparency Assessment) จากการสัมภาษณ์เก็บข้อมูลพบบทเรียนกรณีศึกษาต่าง ๆ เช่น ปัญหาทรงผม การแต่งกาย การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการร้องเรียนซ้ำซ้อนไปยังหน่วยงานภายนอก ด้วยสภาพในการทำงานตามบริบทของพื้นที่พบว่าผู้ปฏิบัติงานทั้งครู ผู้อำนวยการ หรือนิติกรต่างมีความใกล้ชิดและรู้จักกัน การบริหารจัดการและรับมือต่อเรื่องกระบวนการทางวินัยจะเน้นสร้างความเข้าใจให้ผู้กระทำผิดรับทราบเหตุผลและหลักฐานอย่างโปร่งใสเพื่อความเรียบร้อยในการเจรจาไกล่เกลี่ย หลังจากนั้นจึงแจ้งขั้นตอนกระบวนการทางวินัยให้ผู้กระทำผิดรับทราบเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องและลดข้อผิดพลาด ทั้งนี้ผู้ให้สัมภาษณ์ยังเห็นความสำคัญของการจัดทำคู่มือการจัดการเรื่องร้องเรียนของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และคู่มือการบริหารจัดการการดำเนินการทางวินัยของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นแนวทางปฏิบัติแก่คณะกรรมการที่ไม่มีองค์ความรู้ด้านกฎหมาย

การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการหลอมรวมประสบการณ์จริงสู่การพัฒนาคู่มือทั้งสองฉบับให้เป็น "เข็มทิศนำทาง" ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในหลากบริบทพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการคุ้มครองสิทธิ์ สร้างความเป็นธรรม และเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพระบบการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

