สกศ. ผนึกกำลังผู้ทรงคุณวุฒิ วางแผนขับเคลื่อน NQF และธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ปี 70 ชูกรอบหลักสูตรยืดหยุ่น เชื่อมแนะแนวอาชีพ มุ่งเป้า Thailand Zero Dropout

image

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสภาการศึกษามอบหมายให้ ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ หารือผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน คือ ดร.ศิริพรรณ ชุมนุม ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ ผศ.ดร.ศรายุทธ ทองอุทัย ในการจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

การประชุมครั้งนี้เป็นการตีโจทย์และผนวกภารกิจของคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) เข้ากับจุดเด่นเชิงนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเร่งด่วนในปีงบประมาณ 2570 ผ่านนโยบายหลัก ได้แก่ การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษา การสานต่อและพัฒนาการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout โดยติดตามผู้เรียนที่หลุดออกนอกระบบ ให้กลับเข้าสู่รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ผ่านกลไกการสะสมและเทียบโอนของธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ และการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความเป็นจริง ผลักดันให้มีธนาคารหน่วยกิตกลาง และระบบเทียบโอนประสบการณ์และหลักสูตรการศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีงานทำและมีรายได้ที่มั่นคง

สำหรับแผนงานปี 2570 สำนักฯ ได้เร่งดำเนินการใน 7 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การขับเคลื่อนงาน NQF ภายใต้คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ 2) การส่งเสริมหลักสูตรที่สอดคล้องตาม NQF เพื่อสะสมในธนาคารหน่วยกิต 3) การร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมนำคนเข้าสู่โลกการทำงาน 4) การขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา 5) การกำหนดแนวทางระเบียบเกณฑ์การเทียบโอนให้มีมาตรฐานร่วมกัน 6) การสนับสนุนหน่วยงานศึกษาจัดทำเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Pathway) และ 7) การเผยแพร่สร้างการรับรู้ในวงกว้าง

ด้านผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้ข้อคิดเห็นเชิงนโยบายที่สำคัญในการปฏิรูปรูปแบบการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ที่ต้องอาศัยการพัฒนาครูให้ปรับบทบาทมาเป็นเพื่อนร่วมเรียนรู้กับเด็ก เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างระบบแนะแนวอาชีพและการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของระบบการศึกษาไทยในระดับสากล เน้นย้ำถึงการวางกรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติฉบับใหม่ว่า ควรเป็นกรอบการทำงานที่กว้างและยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยและบริบทของสังคมได้ โดยใช้ฐานสมรรถนะเป็นตัวตั้งในการสร้างผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมเปิดกว้างในการรองรับวิชาเพิ่มเติมสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ เช่น ภาษา ดิจิทัล เทคโนโลยีอวกาศ และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เสนอให้ศึกษาต้นแบบทักษะดิจิทัลสากลจากประเทศออสเตรเลีย ที่ผลักดันให้นักเรียนสอบมาตรฐานอาชีพด้านดิจิทัลเทคโนโลยีก่อนจบชั้นมัธยมศึกษาเพื่อรับใบประกาศนียบัตร ซึ่งจะเป็นต้นทุนสำคัญในการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด