สภาการศึกษา ผนึก World Bank – UNICEF ดึงมุมมองต่อยอดผลประเมิน ขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล
วันที่ 14 กันยายน 2569 ดร.ธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมทางวิชาการ เรื่อง การศึกษาไทยก้าวต่อไป: จากผลการติดตามสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายในมุมมองนานาชาติ (Moving Thai Education Forward: From Monitoring Findings to International Policy Perspectives) โดยมี Mr. Koji Miyamoto (Senior Economist for Education Global Practice, World Bank) Dr. Aarti Saihjee (Chief of Education, UNICEF Thailand) พร้อมด้วย ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหาร นักวิชาการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมซาลอน เอ โรงแรมจูบิลี่ เพรสทีจ รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร



ที่ประชุมรับฟัง“การติดตามผลการจัดการศึกษาไทย ปี 2568 - 2569” และ “การศึกษาไทยก้าวต่อไป: จากผลการติดตามสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายในมุมมองนานาชาติ” โดยสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา สกศ. ได้นำเสนอการดำเนินงานตามภารกิจ ทั้งการติดตามและประเมินผลแผนการศึกษาและมาตรฐานการศึกษา การประเมินผลเชิงลึก ความร่วมมือและการเรียนรู้จากนานาชาติ ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางพัฒนาการศึกษา นอกจากนี้ยังได้ประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 จากกลุ่มตัวอย่างผู้เรียน ม.3 จำนวน 7,171 คน จาก 252 โรงเรียน ใน 3 ด้านหลักคือ ด้านพลเมืองที่เข้มแข็ง ด้านผู้เรียนรู้ และด้านผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่มีคุณลักษณะอยู่ในระดับมากทุกด้าน ทั้งนี้ในระยะครึ่งทางของแนวทางการติดตามและประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 จะไม่ใช่เพียงการวัดผลตามกฎหมาย แต่คือการหาเข็มทิศใหม่เพื่อปรับทิศทางการศึกษาให้ยืดหยุ่นพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายเร่งด่วนคือ ด้าน Quality: ขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะเพื่อกู้วิกฤต PISA และฟื้นฟู Learning Loss ด้าน Equity: บูรณาการ Big Data เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ด้าน Efficiency: ขยายผลการกระจายอำนาจสู่พื้นที่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับสากล

จากนั้นเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ได้แก่ “มุมมองและข้อเสนอจาก World Bank เพื่อการพัฒนาการศึกษาไทย” โดย Mr. Koji Miyamoto ได้ชี้ให้เห็นว่า โจทย์สำคัญของการศึกษาไทยได้เปลี่ยนจากการขยายการเข้าถึง ไปสู่การยกระดับคุณภาพ ความเสมอภาค ความสอดคล้องกับตลาดงาน และความต่อเนื่องของการเรียนรู้ โดยระดับปฐมวัยและขั้นพื้นฐานยังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำ ส่วนสายอาชีวศึกษาและอุดมศึกษายังติดข้อจำกัดด้านคุณภาพและการปรับตัวไม่ทันตลาดงาน ส่งผลทำให้ผู้จบสายวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ต้องทำงานไม่ตรงสาย ตลอดจนท้าทายจากแนวโน้มประชากรวัยเรียนที่ลดลง พร้อมเสนอแนะให้เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนทางการศึกษา นำข้อมูลเชิงประเมินมาใช้พัฒนาการเรียนรู้ทุกระดับ และบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต


“มุมมองและข้อเสนอจาก UNICEF เพื่อการพัฒนาการศึกษาไทย: From schooling to learning - Making Thailand’s education system work for every child” โดย Dr. Aarti Saihjee เน้นถึงความสำคัญของการสร้างการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ซึ่งเสนอให้ขับเคลื่อนคุณภาพการเรียน ความปลอดภัย และสุขภาวะทางจิต ควบคู่กับการปลูกฝังทักษะพื้นฐานอ่าน เขียน คำนวณตั้งแต่ปฐมวัย แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ เศรษฐกิจ การบูลลี่ในสถานศึกษา ตลอดจนการใช้ข้อมูลมาใช้จัดสรรงบประมาณอย่างตรงจุด และผนึกกำลังนำนโยบายสำคัญไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา

“ความก้าวหน้าและจุดเน้นในการสร้างความร่วมมือทางการศึกษาในระดับนานาชาติของกระทรวงศึกษาธิการ: FROM PARTICIPATION TO PARTNERSHIP - Building Global Alliances to Transform Thai Education” โดย ดร.ธีราภา ไพโรหกุล ได้กล่าวถึงความท้าทายรอบด้านทั้งการเข้ามาของ AI สังคมสูงวัย ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ และช่องว่างทักษะแรงงาน ซึ่งการสร้างความร่วมมือกับนานาชาติจะช่วยให้การพัฒนาเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น ผ่านการเรียนรู้จากประเทศที่ประสบความสำเร็จ และการใช้มาตรฐานสากลของ OECD และ UNESCO โดยวางกรอบการขับเคลื่อน 4 ระดับ ได้แก่
1) Global Level: ร่วมมือกับ OECD ในโครงการ PISA และเตรียมความพร้อมร่วมกับ UNESCO ในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม Global Education Meeting 2027 เพื่อจัดทำปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration)
2) Regional Level: ร่วมมือกับ SEAMEO STEM-ED ผลักดันเครือข่าย PISA-STEM Education ในกลุ่มอาเซียน ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงในภูมิภาค
3) Bilateral Level: จับมือกับประเทศชั้นนำ เช่น ญี่ปุ่น (พัฒนาครูและ STEM) ฟินแลนด์ (หลักสูตรและการเรียนรู้ผ่านการวิจัย) และสหราชอาณาจักร (การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและมาตรฐานสมรรถนะ)
4) National Level: บูรณาการหน่วยงานสากล ทั้ง UNESCO, UNICEF, OECD และธนาคารโลก ให้ทำงานร่วมกันเป็น Partnership Ecosystem


ในช่วงสุดท้ายเป็นการเสวนา “นโยบายและประสบการณ์เพื่ออนาคตการศึกษาไทย” (Lessons from Policies and Experiences for the Future of Thai Education) โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา สกศ., ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานอนุกรรมการด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค, นายสมคิด ศรีปราชญ์ ศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี นางสาวนงกรานต์ บรรเจิดธีรกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินรายการโดย ดร.นิภาพร กุลสมบูรณ์ นักวิชาการอิสระ ซึ่งได้ร่วมถ่ายทอดบทเรียน มุมมองจากห้องเรียน นโยบายพื้นที่ และการพัฒนาผู้เรียน เพื่อร่วมกันหาแนวทางปรับปรุงระบบการศึกษาให้ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงผลการติดตามประเมินผลการศึกษาในประเทศ เพื่อใช้เป็นเข็มทิศนำทางในการวางแผนพัฒนาการศึกษาของไทย มุ่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้เรียน ควบคู่กับเสริมความเข้มแข็งเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเข้าเป็นสมาชิก OECD ต่อไป


