สกศ. ดึงผู้ปฏิบัติงานพื้นที่ ถอดบทเรียนเติมเต็มแผน EiE คุ้มครองเด็กไทยเรียนรู้ปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
วันที่ 9 กันยายน 2569 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวทางในการรับมือความรุนแรงและเสริมสร้างสุขภาวะเด็กไทยในสถานศึกษา เพื่อประกอบการจัดทำแผนการจัดการศึกษาในภาวะฉุกเฉิน (Education in Emergency) โดยมี นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ครู นักเรียน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร

ดร.นิติ กล่าวว่า ในสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงและวิฤตการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบายการศึกษา จำเป็นต้องพัฒนาแผนการจัดการศึกษาที่พร้อมรับมือกับภัยต่าง ๆ ในทุกมิติ และการพัฒนาแผนการจัดการศึกษาในภาวะฉุกเฉิน ที่มุ่งแก้ปัญหาความรุนแรงและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของนักเรียนไทย เพื่อเป็นการสร้างแนวทางรับมือกับความรุนแรงและสุขภาวะของเด็กไทยในสถานศึกษา รวมทั้งสร้างระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นภายใต้วิกฤตการณ์ต่างๆ โดยใช้มาตรฐานสากล (INEE) เป็นกรอบการดำเนินงานผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การป้องกัน การเตรียมพร้อม การรับมือ และการฟื้นฟู การประชุมในครั้งนี้ จึงสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมให้ข้อเสนอแนะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสะท้อนสภาพปัญหาจริงในพื้นที่ให้ได้เห็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเป้าหมายในการสร้างความมั่นใจว่านักเรียนจะได้รับการคุ้มครองและสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยในทุกสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพื่อการวางรากฐานการพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต


นายวีระพงษ์ นำเสนอแผนการจัดการศึกษาในภาวะฉุกเฉิน (Education in Emergency) กล่าวถึง กรอบการจัดการศึกษาในภาวะฉุกเฉิน (Education in Emergency Plan: EiE Plan) มีสาระสำคัญที่ครอบคลุม 5 ส่วนหลัก
1. บริบทความเสี่ยงและวิกฤตที่ส่งผลต่อระบบการศึกษา ทั้งในระดับโลกและประเทศไทย จากรายงานของ UNESCO และ WHO ระบุว่าปัญหาการบูลลี่และความรุนแรง คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กขาดเรียนและเผชิญภาวะซึมเศร้าเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันผลสำรวจในไทยชี้ให้เห็นถึงช่องว่างในการเข้าถึงความช่วยเหลือ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ยังไม่ทราบแหล่งสนับสนุนด้านจิตเวชเมื่อเกิดปัญหา 2. ผลกระทบของวิกฤตต่อความปลอดภัย สุขภาวะ และการเรียนรู้ สุขภาวะของบุคลากรครู เป็นปัจจัยวิกฤต เนื่องจากความเครียดสะสมและภาระงานธุรการส่งผลต่อคุณภาพการสอนและการลาออกส่งผลทำให้ขาดแคลนกำลังคน 3. การบริหารความต่อเนื่องทางการศึกษาในภาวะฉุกเฉิน ปรับเปลี่ยนจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การบริหารความต่อเนื่องเชิงรุก ผ่านกลไก BCM, BCP และ SOP 4. การสร้างระบบการศึกษาที่ปลอดภัยและมีภูมิคุ้มกัน (EiE Plan) 3 เสาหลักของแผน EiE คือ การสร้างความต่อเนื่องของการเรียนรู้ การคุ้มครองความปลอดภัย การสร้างความพร้อมและภูมิคุ้มกัน ต่อภัยธรรมชาติ ภาวะฉุกเฉินสุขภาวะ ความขัดแย้ง ภาวะหยุดชะงักทางเทคโนโลยี 5. ประเด็นขับเคลื่อนแผนการจัดการศึกษาในภาวะฉุกเฉินของไทย มุ่งถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อเติมเต็มกลไกให้แผน EiE นำไปใช้ปฏิบัติได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งแนวทางดังกล่าว มุ่งสร้างระบบการเรียนรู้ที่มีภูมิคุ้มกันและสามารถรับมือกับภาวะฉุกเฉินได้อย่างยั่งยืน


จากนั้นผู้เข้าประชุมร่วมระดมความคิดเห็น ผ่านการสนทนากลุ่มย่อย ได้แก่ กลุ่มนักเรียนและผู้ปกครอง กลุ่มครู กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา และกลุ่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมออกแบบแผน EiE ให้สอดคล้องเหมาะสมเสริมสร้างสุขภาวะเด็กไทยในทุกมิติ ทั้งนี้ สกศ.จะรวบรวมข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ที่ได้รับ นำไปปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาในภาวะฉุกเฉิน และเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายให้มีความสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบันอย่างแท้จริง นับเป็นความพยายามร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อการเรียนรู้ของเยาวชนไทยของประเทศอย่างยั่งยืน

