สกศ. เดินหน้าทบทวน มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยฯ มุ่งสร้างกลไกยกระดับคุณภาพ “สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย-ครู-เด็กปฐมวัย” ให้ก้าวทันบริบทโลก
วันที่ 8 กันยายน 2569 ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาจัดทำ (ร่าง) มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุง) ครั้งที่ 2/2569 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์พนิดา ศกุนตนาค อาจารย์ของ มศว. ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะทำงานฯ และ นางสาวกฤติญา ณวลัยมาศ อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มศว. พร้อมด้วย นางพัชรพรรณ กฤษฎาจินดารุ่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะทำงานฯ ผู้บริหาร ผู้แทนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข และ อปท. ตลอดจนข้าราชการและบุคลากรของ สกศ. เข้าร่วมหารือ ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์


สืบเนื่องด้วยมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ฉบับปัจจุบัน ได้บังคับใช้มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นเล็งเห็นความจำเป็นในการทบทวนและปิดช่องว่างของมาตรฐานฯ เดิม เพื่อกำหนดแนวทางการใช้มาตรฐานฯ ฉบับปรับปรุง ให้เป็นมาตรฐานกลางในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมถึงการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปปรับใช้ในทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ


คณะทำงานฯ ได้ร่วมพิจารณาการจัดทำ (ร่าง) มาตรฐานฯ ฉบับปรับปรุง เพื่อให้มีความครบถ้วน และเกิดความสอดคล้องระหว่างตัวบ่งชี้หลัก ตัวบ่งชี้ย่อย หลักเกณฑ์ และรายการพิจารณา ตลอดไปจนถึงการประเมิน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถวัดและประเมินผลได้อย่างเหมาะสม โดยมี นางสาวกฤติญา นำเสนอและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงรายละเอียดข้อมาตรฐานดังกล่าว โดยสาระสำคัญของการปรับปรุงทั้ง 3 มาตรฐาน มีดังนี้
มาตรฐานที่ 1 การบริหารจัดการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
มุ่งเน้นการบริหารหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ แต่ยังคงสอดคล้องกับกรอบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการบริหารงานบุคคล มีการกำหนดบทบาทของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและหน่วยงานต้นสังกัดให้ครอบคลุมและชัดเจน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาผู้บริหาร ครู และผู้ดูแลเด็กให้มีคุณสมบัติและสมรรถนะตามเกณฑ์ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาวะทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการประเมินความเครียดของบุคลากรอย่างเหมาะสม
มาตรฐานที่ 2 ครู/ผู้ดูแลเด็กให้การดูแล จัดประสบการณ์การเรียนรู้และการเล่นเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
กำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การพิจารณาให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อสะท้อนถึงการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของเด็กอย่างแท้จริง มุ่งเน้นการลดภาระงานเอกสารเพื่อ "คืนเวลาให้ครู" ได้ดูแลเด็กอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งทบทวนเกณฑ์การพิจารณาในแต่ละระดับให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนและสอดคล้องกับหลักการวัดและประเมินผล

มาตรฐานที่ 3 คุณภาพของเด็กปฐมวัย
มุ่งเน้นผลลัพธ์ด้านพัฒนาการและความพร้อมในการเรียนรู้ โดยนำข้อมูลพัฒนาการของเด็กมาใช้เพื่อสะท้อนภาพรวมคุณภาพเด็กปฐมวัยระดับประเทศและประกอบการติดตามนโยบาย แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรนำผลประเมินพัฒนาการของเด็กมาคำนวณเป็นคะแนนเพื่อตัดสินคุณภาพของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยโดยตรง แต่ควรพิจารณาและคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานรวมถึงบริบทที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคนเป็นสำคัญ

สำหรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้ สกศ. จะนำไปประกอบการทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานฯ เดิม อันจะนำไปสู่การจัดทำ (ร่าง) มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุง) ที่มีความสมบูรณ์แบบและเป็นกลไกสำคัญในการนำไปปฏิบัติได้จริงในทุกมิติ ทั้งด้านสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ด้านครู/ผู้ดูแลเด็ก อันจะส่งผลไปถึงคุณภาพของเด็กปฐมวัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริงและเป็นรากฐานสำคัญให้เด็กปฐมวัยไทยสามารถเติบโตไปเป็นพลโลกที่มีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่โลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

