สกศ. เดินหน้าจัดทำ “กรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติ” มุ่งพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน สู่ทุนชีวิตและการเรียนรู้ไร้รอยต่อ
วันที่ 7 กันยายน 2569 ดร.ธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำกรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติ (National Curriculum Framework) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา นายณัฏฐเมธร์ ดุลคนิต คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี รศ.นพ.ดร.สุริยเดว ทรีปาตี และดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และคณะทำงานฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร สกศ. ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์


การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการหลักสูตรและการเรียนรู้ไร้รอยต่อได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำกรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติ เพื่อรับผิดชอบภารกิจสำคัญในการจัดทำร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติที่มุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ตามสมรรถนะของผู้เรียน มีความยืดหยุ่น และตอบสนองต่อบริบทระบบการเรียนรู้ไร้รอยต่ออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่ประชุมร่วมกันรับทราบกรอบแนวคิด “ทุนมนุษย์ของผู้เรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่ทุนชีวิต (Life Capital)” ซึ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ ทุนทางปัญญา ทุนทางอารมณ์ และทุนทางสังคม เพื่อให้เด็กไทยสามารถแปลงทุนเหล่านี้เป็นความสามารถในการจัดการชีวิต เผชิญความเปลี่ยนแปลง และสร้างคุณค่าแก่สังคมได้จริง นอกจากนี้ ฝ่ายเลขานุการยังได้ศึกษากรณีตัวอย่างนวัตกรรมหลักสูตรของต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฟินแลนด์ และเกาหลีใต้ เพื่อหาแนวทางลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหา (Curriculum Overload) และการส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้


สำหรับรูปแบบการปรับปรุง (ร่าง) มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. .... ในครั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ ได้ชี้แจงว่าเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์สู่การยกระดับการศึกษาที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยโครงสร้างใหม่ของร่างมาตรฐานฯ ได้ปรับปรุงให้มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education: DOE) ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้สร้างคุณค่าและนวัตกรรม และพลเมืองที่มีจริยธรรม ควบคู่กับการบูรณาการคุณลักษณะของ "คนไทย 4.0 PLUS" (Productivity, Longevity, Universality, Sustainability) อีกทั้งยังมีความพิเศษในการจำแนกเป้าหมายผลลัพธ์ดังกล่าวตามช่วงวัยอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม


หลังจากนั้นคณะทำงานฯ ได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางและแผนการดำเนินงานจัดทำกรอบหลักสูตรฯ โดย รศ.ดร.ไมตรี ได้นำเสนอเรื่อง “กรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติ National Curriculum Framework (NCF) : ข้อเสนอกรอบหลักสูตรของชาติในยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ไร้รอยต่อ บทเรียนจากประสบการณ์นานาชาติ” เพื่อเป็นแนวทางให้ที่คณะทำงานฯ ร่วมกันอภิปราย คณะทำงานฯ ได้กำหนดทิศทางในการพัฒนาโดยใช้นโยบายรัฐและแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติเป็นตัวตั้งอย่างชัดเจน โดยใช้ข้อมูลการวิเคราะห์จำแนกการพัฒนาทุนมนุษย์และทุนชีวิตออกเป็นช่วงวัยของผู้เรียน เพื่อเป็นกรอบแนวคิดหลักในการออกแบบและจัดทำร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติ (NCF) ที่เน้นฐานสมรรถนะและมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อนำมาสู่เกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การออกแบบ “ระบบนิเวศการศึกษา” (Education Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ทุกช่วงวัย ระบบธนาคารหน่วยกิต การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ การทดสอบ และการประกันคุณภาพ เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ “ทุนชีวิต” อย่างต่อเนื่อง

การประชุมครั้งนี้นับเป็น ก้าวแรกของการจัดทำกรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติ โดย สกศ. จะนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลจากการประชุม รวมถึงบทเรียนจากต่างประเทศ ไปใช้ประกอบการพัฒนาและจัดทำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติ (National Curriculum Framework: NCF) ให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป

