“รมว.ศธ. ประเสริฐ” เปิดเวทีสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 4 The Future We Shape Together ร่วมออกแบบอนาคตการศึกษาไทยไปด้วยกัน

image

ระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP) และภาคีเครือข่ายทางการศึกษา จัดการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 4 “National Education Forum: The Future We Shape Together” โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รศ.ดร.วรากรณ์  สามโกเศศ ประธานกรรมการ TEP รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ  นักวิชาการ ผู้บริหาร ครู ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายสมัชชา สภาการศึกษาจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้ที่สนใจ ร่วมประชุมมากกว่า 1,000 คน ณ BITEC บางนา กรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook : TEP - Thailand Education Partnership ภาคีเพื่อการศึกษาไทย และ Facebook : สภาการศึกษา ร่วมแชร์
 
 
 
 
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ภายในงานวันแรกได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP) กล่าวต้อนรับสู่การแสดงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อความหวังของการพัฒนาการศึกษาไทย เปิดตัว Thailand Education Partnership Landscape รวมแนวทางขยายผลการพัฒนาการศึกษา จากนั้น ที่ประชุมร่วมรับฟัง Global Learning Insights: บทเรียนจากต่างประเทศ “ปฏิรูปการศึกษาอย่างไรให้ได้ผล ?” โดย วิทยากรจากสาธารณรัฐเกาหลี Min-Seon Park และ Kang Da Hyeon รวมถึง ปาฐกถาพิเศษ “ความหวังของการพัฒนาการศึกษาระดับเมืองหลวง ?” โดย รศ.ดร.ชัชชาติ ได้แสดงภาพการพัฒนาการศึกษาของกรุงเทพมหานคร ‘โรงเรียนที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน’ ยกระดับการดูแลการกำหนดสมรรถนะของครูและนักเรียน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าเมืองทั้งระบบเป็นส่วนสำคัญที่จะพัฒนาคน และเมืองจะโตได้ทุนมนุษย์ในพื้นที่ของเมืองต้องโตก่อน ต่อเนื่องด้วยช่วง Ed Talk: The Best Learning in Your Area “ความหวังการเรียนรู้เชิงพื้นที่ ที่ทำให้เด็ก ‘อิน’ กว่าเดิม” โดย ดร.จุมพล  ทองตัน (โกไข่)
 
 
ช่วงบ่าย ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง The Hope in Thai Education “พลิกโฉมการศึกษาไทย แบบไหนที่คนไทยมีความหวัง ?” ท่ามกลางวิกฤติการเรียนรู้ ปัญหาพัฒนาการทุนมนุษย์และอัตราเกิดที่ต่ำลง การศึกษาที่เป็นต้นน้ำของการพัฒนาทุนมนุษย์ต้องทำให้เด็กเชื่อว่า ‘ไม่ว่าฉันจะเกิดที่ไหน...ฉันสามารถมีอนาคตที่ดีขึ้นได้’ พร้อมแชร์ไอเดียระบบพัฒนาคนผ่านพิมพ์เขียวแห่งศักยภาพมนุษย์ 5 ความหวังใหม่ คือ ค้นพบศักยภาพ (Hope to Discover) เรียนรู้ตลอดชีวิต (Hope to Learn) มองเห็นอนาคตของงาน (Hope to Work) ทะลวงกำแพงความเหลื่อมล้ำ (Hope to Rise) กล้าฝันและสร้างชาติ (Hope to Dream) โดยสิ่งสำคัญคือการมองว่า ‘การศึกษา คือ National Prosperity Policy’  
 
 
จากนั้น ที่ประชุมร่วมอภิปราย Local Power, Local Education “พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมฯ: 7 ปี การกระจายอำนาจการศึกษาสู่พื้นที่ ไปต่อหรือพอแค่นี้ ?” โดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.), สำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (สบน.) และสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED), The Best Learning in Your Area “ความหวังการเรียนรู้เชิงพื้นที่ ที่ทำให้เด็ก ‘อิน’ กว่าเดิม” โดย ศิษย์เก่าจากโรงเรียนแม่คือวิทยา จ.เชียงใหม่ และ Being a Supporter in Crisis “ภาคเอกชนร่วมสร้างความหวัง ในการพัฒนาเด็กไทยในภาวะวิกฤติได้อย่างไร ?” โดย ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP),  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้บริหารองค์กรเอกชน นอกจากนี้ ยังมีการประชุมกลุ่มย่อย (Workshop) ได้แก่ 1) ต้นแบบและการขยายผลความร่วมมือระดับพื้นที่ด้วยกองทุนพื้นที่นวัตกรรมฯ 2) How to ใช้ LINE Openchat เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง 3) How to สร้าง Growth Mindset - Crafting flower of Growth Mindset 4) ต้นแบบการเปลี่ยนหลักสูตรฐานสมรรถนะให้ได้ผล 5) How to สร้าง Entrepreneurial Mindset – Teach for Future: ปลูก Mindset ผู้ประกอบการในทุกห้องเรียน 6) How to สร้าง Financial Literacy - เด็กฉลาดบริหารการเงินและการลงทุน
 
 
วันที่ 29 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 4 โดย รศ.ดร.ประวิต เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวรายงานว่า การประชุมในวันนี้ ถือเป็นเวทีแห่งความร่วมมือที่รวบรวมทุกภาคส่วนมาร่วมกันกำหนดทิศทางพัฒนาการศึกษาให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย สกศ. ได้ประมวลข้อเสนอจากการประชุมระดับภูมิภาคทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ พัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ สู่มติสมัชชาสภาการศึกษา ประจำปี 2569 ซึ่งจะเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยในระยะต่อไป
 
 
 
รมว.ศธ.ประเสริฐ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “The More We Learn, The Longer We Live: เรียนรู้เพื่อชีวิตที่ยืนยาว” เน้นถึงการก้าวเข้าสู่ “สังคมอายุยืน” (Longevity Society) จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้เสนอแนวคิด Healthy Ageing โดยชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จของสังคมสูงวัยต้องวัดจากจำนวนปีที่ประชาชนยังคงมีความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างอิสระและมีสุขภาวะที่ดี รวมถึงรายงานของ OECD และ UNESCO ยืนยันสอดคล้องตรงกันว่า ‘การเรียนรู้ไม่ใช่กิจกรรมของวัยเรียนอีกต่อไป แต่เป็นวิถีชีวิตของคนทุกวัย’ ด้วยเหตุนี้จึงต้องก้าวข้ามไปสู่การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Ecosystem) ผ่านแนวนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ “All for Education” ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่การวางรากฐานให้คนไทยสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
 
 
พร้อมกันนี้ รมว.ศธ. เป็นประธานมอบรางวัลสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ประจำปี 2569 (National Assembly Award 2026) เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม รวม 10 ภาคีเครือข่าย ใน 2 สาขารางวัล ได้แก่
ประเภท Sustained Excellence “ต้นแบบการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง”: ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ, กระบี่ และลำปาง 
ประเภท Rising Star for Area-based Achievement “พลังใหม่แห่งการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่”: ได้แก่ จังหวัดน่าน, สมุทรสาคร, มหาสารคาม, นครพนม, พังงา, มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี มูลนิธิออทิสติกไทยและทรู โดย ทรูปลูกปัญญา
 
 
 
จากนั้น ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา นำภาคีเครือข่ายร่วมรับรองมติสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ ประจำปี 2569 มุ่งเน้น “Lifelong Learning for Longevity: เรียนรู้เพื่อชีวิตยืนยาว” ให้เป็นกลไกสำคัญในการเตรียมคนไทยให้พร้อมใช้ชีวิตในสังคมอายุยืน โดยมีมติดังต่อไปนี้
1) ยกระดับธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) จากกลไกสะสมผลลัพธ์การเรียนรู้ไปสู่ “บัญชีสะสมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Account)” รายบุคคลของประชาชนทุกคน เพื่อให้สามารถสะสม เทียบโอน ใช้ และวางแผนเส้นทางการเรียนรู้ควบคู่เส้นทางอาชีพได้ตลอดช่วงชีวิต
2) ส่งเสริมการจัดการศึกษาและการพัฒนาทักษะเพื่อรองรับเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยงานอิสระหรือการจ้างงานแบบครั้งคราว (Gig Economy) พร้อมสร้างโอกาสทดลองทำงานจริง และสร้างรายได้จริงระหว่างเรียน (Learn to Earn) การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกทักษะที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดแรงงานควบคู่กับการพัฒนาระบบสนับสนุนให้ประชาชนทุกช่วงวัย สามารถ Reskill และ Upskill ได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต
3) ส่งเสริมศักยภาพประชาชนให้สามารถบริหารรายได้ การออม การลงทุน และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อย่างมั่นคง พึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว รองรับการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมพัฒนาเรื่องความฉลาดรู้ (Literacy) ที่จำเป็น โดยเฉพาะความฉลาดรู้ทางการเงินและความรู้ด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
4) ส่งเสริมให้สุขภาวะ (Wellness) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน โดยพัฒนาเมืองและชุมชนให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้เพื่อสุขภาวะและการเรียนรู้ข้ามรุ่น พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้จากการดำเนินชีวิตจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และทักษะการดูแลตนเอง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคมอายุยืน
 
 
 
ต่อด้วย การเสวนาที่ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐและเอกชน เริ่มจาก “ประวัติศาสตร์ 8 นาที ถึงประวัติศาสตร์และอนาคตการศึกษาไทย: ทำความเข้าใจรากฐานและอนาคตการศึกษาไทย” โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ (TDRI) และ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน, “Life Symphony ท่วงทำนองการเรียนรู้ เพื่อชีวิตที่เติบโตและยั่งยืน: การพัฒนาตนเองและทักษะอาชีพในทุกช่วงวัย” โดย ดีเจพี่อ้อย นภาพร คุณชลิพา ดุลยากร และคุณวิมล ดุลยากร จากช่อง TikTok ‘รุงรัง Diary’ หรือคุณย่ากระต่าย, Voice of Youth การศึกษาวันนี้ ตอบโจทย์ใคร?: ฟังเสียงสะท้อนตรงจากตัวแทนเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษา ว่าการศึกษาแบบไหนที่พวกเขาต้องการอย่างแท้จริง, “From Kids to Human Capital: อัปเดตการปฏิรูปศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์” นำไปสู่นโยบายผ่านความร่วมมือ 4 กลไกหลักของประเทศ โดย รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ดร. ไกรยส ภัทราวาท ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร และคุณวรดร เลิศรัตน์ และ “Thailand Zero Dropout Plus” ต้นแบบ ‘การศึกษาที่ยืดหยุ่น’ อย่าง ‘หมอลำศึกษา’ หรือ ‘จักรวาลฟุตบอลวิทยา’ ที่ดึงเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ โดย ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ  
 
 
 
นอกจากนี้ ยังมี Workshop โดยผู้นำที่ปฏิบัติจริงในพื้นที่เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ 1) Literacy Lab: ไขรหัสลับ อ่านออก-เขียนได้ เปลี่ยนโลกการเรียนรู้ให้สนุกผ่านเกม 2) United Colors of Learning: การเรียนรู้หลากวัฒนธรรม หลายความต่าง สร้างการเรียนรู้ที่เท่าเทียม 3) ลดภาระงานครูด้วยเลขาครูยุค AI “คุณไก่ทวง”4) Healthier Mindset – ระบบดูแลสุขภาพจิตเด็กและครูทั้งใน/นอกโรงเรียน 5) สถาปัตยกรรมการเรียนรู้ เพื่อปั้นนวัตกรไทยสู่ความยั่งยืน และ 6) How to ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนรู้ ซึ่งได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนการศึกษาและขับเคลื่อนเรียนรู้สำหรับอนาคต
 
 
 
 
ภายในงานมีนิทรรศการจากหน่วยงานและภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมการประชุม ประกอบไปด้วย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.), ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (TEP - Thailand Education Partnership), กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), มูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ (Saturday School), สำนักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา - EduSandbox, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยหน่วยงานสนับสนุน งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาพื้นที่ บพท., MK Restaurants, BITEC BURI, มูลนิธิสยามกัมมาจล, LINE OpenChat Thailand, มูลนิธิใจกระทิง และ SIY Foundation 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด