ไทยร่วมเวที OECD ถอดบทเรียนเครื่องมือดิจิทัล 16 ประเทศ มุ่งบูรณาการข้อมูลลดภาระงานครู

image

วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 14.00 – 23.50 น. ตามเวลาประเทศไทย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยสำนักนโยบายความร่วมมือกับต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการบริหารจัดการภาระงานของครูและผู้บริหารสถานศึกษา (Peer-Learning Event on Teacher Workload: Digital Tools to Enhance Effectiveness and Impact) ภายใต้คณะผู้เชี่ยวชาญระดับชาติด้านทรัพยากรสถานศึกษา (Group of National Experts on School Resources: GNE-SR) ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการศึกษา (Education Policy Committee: EDPC) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยมี ดร.วิภาดา วานิช ผู้อำนวยการสำนักนโยบายความร่วมมือกับต่างประเทศ ดร.แววดาว อุทิศ ผู้อำนวยการกลุ่มความร่วมมือกับต่างประเทศและวิเทศสัมพันธ์ นางสาวเฉลิมพร ปัญจาสุธารส นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมและร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ร่วมกับผู้แทนจาก 16 ประเทศ ณ ห้องประชุมพจน์ สะเพียรชัย ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ แนวปฏิบัติ และแนวทางเชิงนโยบายระหว่างประเทศด้านการบริหารจัดการภาระงานครูและผู้บริหารสถานศึกษา โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน ซึ่งองค์ความรู้ บทเรียน และข้อเสนอแนะที่ได้รับจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาแนวทางและข้อเสนอเชิงนโยบายให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยต่อไป

ในระหว่างการประชุมดังกล่าว ผู้แทนจาก 16 ประเทศ ได้นำเสนอบริบทความท้าทาย และแลกเปลี่ยนเครื่องมือหรือนวัตกรรมเด่นในการจัดการภาระงานครู โดยประเทศไทยได้นำเสนอบริบทความท้าทายเชิงโครงสร้างของการบูรณาการระบบดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานด้านการศึกษาต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของตนเอง ส่งผลให้เกิดระบบสารสนเทศที่มีความหลากหลายและครอบคลุม อย่างไรก็ตามการบูรณาการฐานข้อมูลและการกำหนดกรอบนโยบายกลางร่วมกันยังคงเป็นโจทย์สำคัญ เนื่องจากระบบที่พัฒนาขึ้นอย่างเป็นเอกเทศ มีฟังก์ชันการใช้งานและแนวทางปฏิบัติบางส่วนที่ทับซ้อนกัน นอกจากนี้ มีการยกกรณีศึกษาความสำเร็จของเครื่องมือสำหรับการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ (Quality Learning Information System; Q-info) ของประเทศไทยที่พัฒนาโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศโรงเรียนที่เชื่อมโยงข้อมูลด้านนักเรียนและการบริหารจัดการไว้ในระบบเดียว ช่วยลดการกรอกข้อมูลและงานเอกสารซ้ำซ้อน พร้อมจัดทำข้อมูลและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อสนับสนุนการติดตามงานและการตัดสินใจของผู้บริหารสถานศึกษา

นอกจากนี้ ผู้แทนจากประเทศไทยได้มีการสะท้อนบทเรียนจากการใช้เครื่องมือดิจิทัลของต่างประเทศ ได้แก่ “Aila” ของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ที่ช่วยลดภาระงานครูในการเตรียมการสอน และ “Aula” ของประเทศเดนมาร์ก ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการสื่อสารระหว่างโรงเรียน ครู นักเรียน และผู้ปกครอง เทียบกับ Q-info ของประเทศไทย โดยพบความท้าทายร่วมกันในการนำเครื่องมือดิจิทัลไปใช้จริง โดยเฉพาะความแตกต่างด้านสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competence) ของผู้ใช้งาน และลำดับความสำคัญด้านการบริหารของแต่ละสถานศึกษา (Leadership Priorities) ซึ่งอาจทำให้เครื่องมือเดียวกันให้ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละโรงเรียน อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ได้จากการแลกเปลี่ยน คือ ประเทศไทยยังขาดกลไกในลักษณะ EdTech Testbed Programme หรือพื้นที่สำหรับทดลองและประเมินประสิทธิผลของเครื่องมือดิจิทัลร่วมกับสถานศึกษาจริงอย่างเป็นระบบก่อนการขยายผล (Scale-up) ส่งผลให้โครงการด้านดิจิทัลจำนวนมากยังอยู่ในระดับโครงการนำร่อง (Pilot Level) และมีข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับประกอบการตัดสินใจไม่เพียงพอ ทำให้ภาครัฐยังขาดข้อมูลและแนวทางที่ชัดเจนในการคัดเลือกเครื่องมือที่มีความพร้อมเพื่อนำไปขยายผลและใช้งานในระดับประเทศ ขณะเดียวกัน การแลกเปลี่ยนยังสะท้อนถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบ (Interoperability) โดยประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องมือและระบบต่าง ๆ ภายใต้ข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ขณะที่ประเทศเดนมาร์ก แม้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย GDPR ก็สามารถพัฒนากลไกให้ระบบต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศไทยสามารถนำมาศึกษาเพื่อพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลด้านการศึกษาให้มีความเชื่อมโยงและสนับสนุนการลดภาระงานครูได้มากยิ่งขึ้น

เวทีการประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการเทียบเคียงบทเรียนและแนวปฏิบัติด้านการลดภาระงานครูกับ 16 ประเทศที่เข้าร่วม ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนและนำเสนอประสบการณ์ด้านการพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลทางการศึกษาของไทยสู่เวทีนานาชาติ พร้อมทั้งนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากหลากหลายประเทศมาปรับใช้ในการพัฒนานโยบาย เพื่อเร่งรัดการบูรณาการฐานข้อมูลและการพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลภาครัฐให้สามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนของระบบงาน และสนับสนุนให้ครูสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการจัดการเรียนรู้ การดูแล และการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบการศึกษาไทยในภาพรวมให้มีมาตรฐานและแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับระดับสากล รวมถึงเป็นการเสริมสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และการยกระดับคุณภาพระบบการศึกษาไทยให้สามารถเทียบเคียงกับนานาประเทศได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด