สกศ. เปิดเวทีวิเคราะห์ EAG – PISA 2025 ผนึกความร่วมมือนานาชาติ ขับเคลื่อนการศึกษาไทยด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทยผ่านมิติการวิเคราะห์จากการประเมินการศึกษาระดับนานาชาติ รายงาน Education at a Glance (EAG) และผลการทดสอบ PISA 2025” โดยมีนายพีรวิชญ์ ขันติศุข ที่ปรึกษา รมว.ศธ. พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรระดับประเทศและนานาชาติ อาทิ สสวท., OECD, UNICEF Thailand และ British Council Thailand เข้าร่วมระดมสมองเพื่อยกระดับระบบการศึกษาไทย ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์


ดร.พิเชฐ กล่าวเน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการภายใต้แนวคิด All for Education และ Thailand Zero dropout ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ โดย สกศ. ได้วาง 18 ทิศทางการขับเคลื่อนเชิงรุกเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลก การประชุมครั้งนี้มุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับตัวชี้วัดจากรายงาน EAG และ PISA เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based Policy) ที่เชื่อมโยงมิติด้านงบประมาณ ความเสมอภาค และคุณภาพครูเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2027 Global Education Meeting (GEM) ร่วมกับ UNESCO ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2570 อีกด้วย

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ได้แก่ การบรรยายเรื่อง “Education at a Glance: สถานะการศึกษาไทยในเวทีโลก” โดย Mr. Abel SCHUMANN จาก OECD และ “Evidence to Impact” โดย Sarah Rogerson จาก British Council Thailand ซึ่งช่วยสะท้อนจุดแข็งและข้อจำกัดเชิงระบบของไทย

ในช่วงบ่าย นายพีรวิชญ์ ขันติศุข ที่ปรึกษา รมว.ศธ. ได้บรรยายพิเศษถึงเป้าหมายการยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากลในปี 2570 โดยเน้นย้ำการทำงานร่วมกับ OECD ผ่านหลักความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และการมุ่งผลลัพธ์ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า “การเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ใช่เส้นชัยของการศึกษาไทย แต่คือจุดเริ่มต้นของการยกระดับการเรียนรู้ของคนไทยให้ก้าวทันโลก”

ทั้งนี้ สกศ. จะนำข้อมูลจากการประชุมและผลการหารือนโยบายเฉพาะกลุ่ม (Closed Session Policy Dialogue) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก OECD ในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ ไปสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อค้นหาจุดคานงัดในการแก้ปัญหาและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป


