สกศ. เปิดเวที 15th Credit Bank Forum Unlock Credit Bank เคลียร์ชัดทุกเกณฑ์ พร้อมก้าวสู่ธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษา

image

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุม 15th Credit Bank Forum หัวข้อ Unlock Credit Bank: เคลียร์ชัดทุกเกณฑ์ พร้อมก้าวสู่ธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษา โดยมี ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ดร.ศิวกร รัตติโชติ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นางสาวนวรัตน์ อนันตภักดิ์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นางสาวชนัญชิดา สยานันท์ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) นางสาวกมลทิพย์ อินแก้วเครือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พร้อมด้วย ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เข้าร่วมประชุม ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ. ควบคู่กับการถ่ายทอดสดทาง Facebook Live : Thailand NQF โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมกว่า 1,700 คน

ที่ประชุมร่วมอภิปรายแนวทางการขึ้นทะเบียนเป็นธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษา โดยแต่ละหน่วยงานนำเสนอหลักเกณฑ์ แนวทาง การดำเนินงานตามบทบาทและบริบทของแต่ละสังกัด ดังนี้
1) สพฐ. นำเสนอแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนและประชาชนนำผลการเรียนหรือผลลัพธ์การเรียนรู้มาสะสมและเทียบโอน เพื่อสะสมและเทียบโอนผลการเรียนรู้สำหรับการศึกษาต่อและการพัฒนาทักษะ โดยปัจจุบัน สพฐ. อยู่ระหว่างดำเนินโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้แห่งชาติบนฐานเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับระบบงานสำคัญ ได้แก่ ระบบบริหารจัดการธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank Management System: CBMS) ระบบบริหารจัดการวัดและประเมินผล (Evaluation Management System: EvMS) และระบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบเปิด (Open Learning System: OLS)
2) สอศ. นำเสนอการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นระบบสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตที่เชื่อมโยงผลการเรียนรู้และประสบการณ์ ซึ่งสถานศึกษาที่สนใจและมีความพร้อมสามารถยื่นขออนุมัติเป็นธนาคารหน่วยกิตการอาชีวศึกษา (OVEC Credit Bank) ผ่านระบบออนไลน์ creditbank.ovec.go.th โดยปัจจุบันมีสถานศึกษาที่เปิดให้บริการธนาคารหน่วยกิตระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) แล้วกว่า 380 แห่ง 
3) สกร. นำเสนอกระบวนการดำเนินงานและการยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษา ตั้งแต่การประเมินความพร้อม (DCB-01) การจัดเตรียมเอกสารและหลักฐาน การยื่นคำขอขึ้นทะเบียน (DCB-02) ผ่านสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ก่อนเสนอให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตรวจสอบ รับรอง และขึ้นทะเบียน โดยสถานศึกษาต้องมีความพร้อมทั้งด้านระบบงาน บุคลากร เทคโนโลยี ฐานข้อมูล และระบบประกันคุณภาพ เพื่อให้การดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด ปัจจุบันมีสถานศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษาแล้วกว่า 130 แห่ง
4) สช. อธิบายแนวทางการขึ้นทะเบียนเป็นธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษาสำหรับโรงเรียนนอกระบบ โดยสถานศึกษาสามารถยื่นคำขอผ่านระบบ Single Sign-On (SSO) ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและการพิจารณาของคณะกรรมการ ทั้งนี้ โรงเรียนต้องมีความพร้อมด้านการประกันคุณภาพภายใน การประเมินตนเอง บุคลากร และระบบบริหารจัดการ โดยกำหนดรอบการขอขึ้นทะเบียนปีละ 4 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 เดือนมกราคม-มีนาคม รอบที่ 2 เดือนเมษายน-มิถุนายน รอบที่ 3 เดือนกรกฎาคม-กันยายน และรอบที่ 4 เดือนตุลาคม-ธันวาคม

จากนั้น ที่ประชุมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษาในแต่ละสังกัด เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานและสถานศึกษาที่สนใจเข้าร่วมระบบ โดยข้อมูลและข้อเสนอจากการหารือจะนำไปใช้ประกอบการพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติให้สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ในหลากหลายรูปแบบ และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด