สกศ. ลงพื้นเจาะลึก "ราชบุรีโมเดล" ต้นแบบ Thailand Zero Dropout

image

ระหว่างวันที่ 15–16 กันยายน 2569 สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนและกลไกการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น "ราชบุรีโมเดล" ณ จังหวัดราชบุรี รวม 3 เวที ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี โรงเรียนเนกขัมวิทยา และโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง ซึ่งนอกจากการรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานแล้ว คณะยังได้ศึกษาดูงานและสังเกตห้องเรียนที่มีการจัดการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคณะครูและผู้แทนนักเรียนในแต่ละพื้นที่ โดยมี นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ เป็นประธาน ผู้ร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 และ เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี ศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี โรงเรียนมหาราช 7 โรงเรียนวัดดอนตลุง (ราษฎร์ศรัทธาทาน) ศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้จังหวัดราชบุรี ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และผู้แทนนักเรียนในพื้นที่

การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นของจังหวัดราชบุรีมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนจากเดิมที่ "เด็กต้องเดินหาโรงเรียน" มาเป็น "โรงเรียนต้องปรับตามความต้องการรายบุคคล" ขับเคลื่อนผ่านนวัตกรรม "บันได 4 ขั้น" ภายใต้เป้าหมาย "ปกป้องเด็กด้วยหัวใจ เด็กทุกคนต้องได้เรียน" ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 งานพื้นฐานและคัดกรอง ด้วยการเยี่ยมบ้านและคัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยง ขั้นที่ 2 "1 โรงเรียน 3 รูปแบบ" จัดห้องเรียนสร้างโอกาสทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยภายในโรงเรียนเดียว ขั้นที่ 3 ศูนย์การเรียนสร้างสรรค์ สำหรับเด็กที่ไม่สามารถเรียนในโรงเรียนปกติได้ และขั้นที่ 4 ภาคีเครือข่ายส่งต่อไปยังหน่วยงานเฉพาะทาง ทั้งนี้ กลไกสำคัญที่ใช้ร่วมกันคือแผนการเรียนรู้รายบุคคล (ILP) การเทียบโอนประสบการณ์จากการทำงานจริงและความร่วมมือกับสถานประกอบการ ระบบธนาคารหน่วยกิต และการวัดผลตามสภาพจริงจากชิ้นงาน/ผลการปฏิบัติของผู้เรียน

ผลการประชุมสะท้อนความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของพื้นที่ โดยโรงเรียนเนกขัมวิทยานำเสนอนวัตกรรม "3 พลังบวร สร้างโอกาสการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น" ซึ่งอาศัยความร่วมมือของบ้าน วัด และโรงเรียน จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเด็กและอาชีพ ครูลงพื้นที่จัดการเรียนรู้ทุกวันพฤหัสบดีให้แก่ผู้เรียนตามโครงการ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ โดยมีวัดใหม่สี่หมื่น อ.ดำเนินสะดวก สนับสนุนและส่งเด็กด้อยโอกาสที่วัดดูแลอยู่มาเข้ารับการศึกษาด้วย ขณะที่โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งนำเสนอการพลิกฟื้นโรงเรียนจากวิกฤตศรัทธาด้วยยุทธศาสตร์ "ปกป้องเด็กด้วยหัวใจ เด็กปลอดภัยด้วยคุณครู" ผ่านนวัตกรรมโรงเรียนคุ้มครองเด็ก รูปแบบการเรียนรู้ Plearn to Play และห้องเรียนหลอมรักสร้างโอกาสที่ใช้ระบบพ่อครู-แม่ครูดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด จนจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นและแก้ปัญหาพฤติกรรมของผู้เรียนได้ลดลง อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้สะท้อนอุปสรรคสำคัญ 3 ประการ คือ (1) ความหวาดระแวงต่อระเบียบการเงินและพัสดุที่ทำให้ท้องถิ่นไม่กล้าสนับสนุนงบประมาณข้ามสังกัด (2) ฐานข้อมูลที่กระจัดกระจายและซ้ำซ้อนหลายระบบ และ (3) ความยั่งยืนที่ยังพึ่งพาตัวบุคคลเป็นหลักในการดำเนินงาน

ในตอนท้าย ผู้เข้าร่วมประชุมได้เสนอแนะเชิงนโยบาย ได้แก่ การปลดล็อกกฎหมายและระเบียบการเงินให้ท้องถิ่นระดมทรัพยากรสนับสนุนการศึกษาได้อย่างคล่องตัว การจัดทำระบบ Big Data แห่งชาติที่บูรณาการฐานข้อมูลให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อลดภาระการกรอกข้อมูลของครู การปรับระบบงบประมาณรายหัวไปสู่การจัดสรรตามความจำเป็นและบริบทพื้นที่ การเร่งรัดระบบธนาคารหน่วยกิตให้ใช้งานได้จริงข้ามหน่วยงานและข้ามพื้นที่ การลดจำนวนตัวชี้วัดที่ซ้ำซ้อนในหลักสูตรแกนกลาง และการให้โรงเรียนมีอิสระในการบริหารงบประมาณและบุคลากรตามบริบทพื้นที่ ทั้งนี้ ข้อมูลและข้อเสนอที่ได้จะนำไปใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและขยายผลสู่พื้นที่อื่นต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด