สกศ. เปิดเวทีพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ในยุค Intelligent Age หนุนส่งเสริมพหุปัญญาผู้เรียนบนฐานที่หลากหลาย
วันที่ 16 กันยายน 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมทางวิชาการ เรื่อง การพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์บนฐานที่หลากหลายในภูมิทัศน์โลกยุคที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา (Advancing Human Capital Development through Diversity in the Global Landscape of the Intelligent Age) โดยมี นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการมัธยมศึกษา สพฐ. นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา สกศ. พร้อมด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนเยาวชนผู้ที่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรี กีฬา และวิชาการ ร่วมประชุม ณ ห้องบางลำพู โรงแรมอมารี กรุงเทพ (ประตูน้ำ) กรุงเทพมหานคร

ที่ประชุมรับฟังการนำเสนอ (ร่าง) ผลสำเร็จและข้อเสนอแนะของการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพตามพหุปัญญาของผู้เรียน โดย นายวีระพงษ์ อู๋เจริญพร้อมร่วมวิพากษ์อภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการวางแนวทางสนับสนุนความถนัดและความสามารถที่หลากหลายของผู้เรียนจากการค้นพบศักยภาพรายบุคคลสู่การสร้าง Talent สำหรับเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับกลไก Education Accelerators ของ World Economic Forum (WEF) ในการเตรียมความพร้อมกำลังคนสู่อนาคต ผ่าน 3 ด้านหลัก ได้แก่ Future Talent & Skill, Learning Innovation และ School-to-Work Transition ในการนี้ สกศ. เสนอกรอบ Thailand - WEF Future Talent Framework 4 ขั้น ได้แก่ 1) DISCOVER: ค้นพบความถนัดและจุดแข็งเฉพาะบุคคล 2) DEVELOP: ใช้หลักสูตรยืดหยุ่น การเรียนรู้รายบุคคล AI และบทบาทครูแบบ Coach เพื่อเปลี่ยนศักยภาพเป็นความสามารถ 3) ALIGN:เชื่อมการพัฒนาผู้เรียนกับทิศทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานอนาคต และ 4) DEPLOY: เชื่อมโยง Talent สู่การศึกษาต่อ สถานประกอบการ และเส้นทางอาชีพอย่างเป็นธรรม มุ่งค้นหาและต่อยอดศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล เพื่อเชื่อมโยงสู่การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการพัฒนากำลังคนของประเทศอย่างยั่งยืน


พร้อมกันนี้ มีการบรรยายพิเศษ ด้านกีฬา เรื่อง “ประสบการณ์การพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา” โดย นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย สะท้อนความสำคัญของการมองกีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาคน โดยเฉพาะในบทบาทของครูและโค้ช การสร้างนักกีฬา รวมถึงความต่อเนื่องของระบบสนับสนุนเด็กและเยาวชน และ ด้านดนตรี เรื่อง “ประสบการณ์การพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษด้านดนตรี” โดย ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าถึงประสบการณ์สร้างพื้นที่และโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ ด้วยบทบาทของดนตรีที่เป็นศาสตร์แห่งการสร้างสังคมผ่านการมีความรับผิดชอบและการฝึกฝนร่วมกับทีม ตลอดจนเปิดมุมมองความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้มีสาขาการเรียนใหม่ๆเกิดขึ้น และแนวทางบ่มเพาะให้ผู้มีความสามารถได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมร่วมเสวนา “ศักยภาพที่หลากหลายกับโอกาสใหม่ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา (Intelligent Age)” ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองกับตัวแทนเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษ 3 ด้าน คือ ด้านดนตรี ด้านกีฬา และด้านวิชาการ ได้แก่ นายปิติพัฒน์ จิตต์จุฬานนท์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล นายชนธรร พฤมนตร์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ นางสาวกนกพร แสงทอง นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยร่วมสะท้อนเสียงของคนรุ่นใหม่ในการต่อยอดศักยภาพตนเองเข้ากับโอกาสในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการเรียนรู้การทำงานและการดำเนินชีวิตมากขึ้นพร้อมชวนมองถึงโอกาสในการนำความถนัดและความสามารถที่แตกต่างหลากหลายมาสร้างคุณค่าโดยเน้นถึงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในเส้นทางที่ชื่นชอบหรือถนัดมากกว่าการกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนก้าวไปในเส้นทางเดียวกัน

ทั้งนี้ สกศ. จะรวบรวมข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนไปสังเคราะห์เพื่อประมวลเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ของประเทศ ให้ตอบโจทย์ความหลากหลาย พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุค Intelligent Age ต่อไป

