สกศ. ลงพื้นที่ “ชีวพนาเวศ” TOYOTA ฉะเชิงเทรา เรียนรู้แนวทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จัดการศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แนวทางการปลูกป่านิเวศ และการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ณ ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นางสาวสุภัทรา ปานเสน่ห์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และนางสาวอรณิชา วิเศษศรี หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) และเจ้าหน้าที่ศูนย์ชีวพนาเวศร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์การฟื้นฟูป่าให้เป็นป่านิเวศที่สมบูรณ์ การสร้างถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิต ตลอดจนการพัฒนาศูนย์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพสำหรับเยาวชนและประชาชนที่สนใจ

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ดำเนิน “โครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำบนวิถีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การลดภาวะโลกร้อน ลดการเกิดคาร์บอนจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การเห็นความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการเกิดคาร์บอน และแนวทางการลดคาร์บอนให้ครูอาจารย์ที่สนใจ นอกจากนี้ สกศ. ยังลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในลดคาร์บอน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อนำมาเป็นตัวอย่างที่เห็นผลประจักษ์เป็นรูปธรรม

สำหรับศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้นแบบ “พื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs)” สามารถฟื้นฟูป่าดั้งเดิมให้กลายเป็นป่านิเวศ สามารถปลูกป่าให้ต้นไม้มีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่า 90 % และดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ได้มากกว่าการปลูกป่าโดยทั่วไปถึง 10 เท่า ซึ่งเคล็ดลับ คือ การนำหลักการการปลูกป่านิเวศของศาสตราจารย์ ดร.อากิระ มิยาวากิ มาใช้ โดยหลักสำคัญ คือ การเลือกพันธุ์ไม้ดั้งเดิมที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ การใช้กล้าไม้ที่เพาะจากเมล็ดซึ่งจะทำให้รากแข็งแรง การเตรียมดินให้ระบายน้ำและอากาศได้ดี ความหนาแน่นในการปลูก ซึ่งควรปลูกพันธุ์ไม้หลายชนิด ระยะห่าง 3 -4 ต้น ต่อตารางเมตร ปลูกแบบสุ่ม แบบธรรมชาติ ไม่เป็นแถว เป็นแนว และการนำกล้าต้นไม้ชุบน้ำก่อนปลูกและคลุมด้วยฟางหลังปลูก

ทั้งนี้ ศูนย์ฯ จะแบ่งโซนการศึกษาเป็น 3 โซน คือ 1. อาคารชีวพนาเวศ เป็นอาคารประหยัดพลังงานเป็นส่วนบรรยายให้ความรู้ จัดกิจกรรมเบื้องต้น และมีนิทรรศการ “ต้นไม้แห่งชีวิต” ที่สะท้อนวิสัยทัศน์โตโยต้าที่ทำอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนควบคู่กับสิ่งแวดล้อม 2. ป่านิเวศ และ 3. ไบโอโทป เป็นการสร้างถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตโดยเลียนแบบธรรมชาติ มีการสร้างไบโอโทปที่หลากหลาย แบ่งเป็นสังคมพืชป่าดิบชื้น สังคมป่าเบญจพรรณ สังคมป่าพืชป่าชุ่มน้ำ ในโซนที่ 2 และ 3 กิจกรรมเด่น คือ การเดินป่า โดยให้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น การมองเห็น ได้ยิน ดมกลิ่น ลิ้มรส และสัมผัส ซึ่งปัจจุบันป่าแห่งนี้มีสัตว์กว่า 500 สายพันธุ์ และพืชกว่า 100 สายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังโดดเด่นในการอนุรักษ์สัตว์พื้นถิ่น เช่น “นกกระจาบทอง” ซึ่งเป็นนกที่อยู่ในบัญชีใกล้สูญพันธุ์ และ “หิ่งห้อยน้ำ” สัตว์ที่สามารถเป็นวัดตัวชี้วัดคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ชีวพนาเวศ ยังมีการจัดทำ “หลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา” ร่วมกับมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งหมด 5 หลักสูตร โดยออกแบบให้เหมาะกับผู้เรียน 5 ช่วงชั้น ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย เด็กเยาวชนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืช สัตว์ ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ผ่านการกิจกรรมที่สนุกสนานสมวัย ซึ่งสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/CheewaPanavet

องค์ความรู้จากการศึกษาดูงานครั้งนี้ สกศ. จะนำไปใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดคาร์บอน ที่สำคัญคือเห็นความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมให้เด็กเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมและเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป

