สกศ. ลุยขอนแก่น เปิดเวทีระดมสมอง “เครือข่ายพัฒนาศักยภาพคนไทย” มุ่งเน้นบทบาทพ่อแม่และเด็กปฐมวัย ขับเคลื่อนแผนการศึกษาชาติ
วันที่ 19 - 20 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นในการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ เรื่อง เครือข่ายการพัฒนาศักยภาพคนไทย ครั้งที่ 2 โดยมี นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นางธิดา พิทักษ์สินสุข อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย รศ.ดร.พูลสุข ศิริพูล อดีตผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศการพัฒนาเด็กปฐมวัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร.กฤษณา เสมหิรัญ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานปฐมวัย พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้ปกครองในพื้นที่ ร่วมประชุม ณ โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด จังหวัดขอนแก่น

รศ.ดร.ประวิต เปิดการประชุม กล่าวว่า แม้แผนการศึกษาแห่งชาติจะมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย แต่ปัจจุบันเด็กไทยยังเผชิญปัญหาพัฒนาการไม่สมวัย ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความรู้ความเข้าใจของผู้ปกครอง และข้อจำกัดด้านต่าง ๆ ประกอบกับระบบการจัดการศึกษาปฐมวัยยังขาดการบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและผู้ปกครองจึงเป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพคนไทยอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีกลไกการขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ L.E.A.R.N. ที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย โดยการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง ที่ได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นและขับเคลื่อนการศึกษาของชาติให้ตอบโจทย์กับบริบทพื้นที่อย่างแท้จริง ตลอดจนสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศต่อไป

ดร.จอมหทยาสนิท พงษ์เสฐียร ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ กล่าวถึงแนวทางการ พัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย ในฐานะรากฐานสำคัญของการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพตามแผนการศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ที่วางนโยบายและมาตรฐานชาติ ให้ทุกหน่วยงานใช้เกณฑ์เดียวกันในการดูแลเด็ก และสถิติจำนวนเด็กและสถานพยาบาลในสังกัดต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง และทิศทางการพัฒนาศักยภาพคนไทยผ่านกลไก L.E.A.R.N. อย่างเป็นระบบ รวมถึงบทบาทของพ่อแม่ที่มีหน้าที่ดูแลทั้งด้านสุขภาพ โภชนาการ และการปลูกฝังวินัยเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ตามวัย


ที่ประชุมร่วมรับฟังการอภิปราย จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและการศึกษาปฐมวัยของประเทศไทย โดย นางธิดา กล่าวถึง แนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยภายใต้ นโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ที่ขัดขวางการเจริญเติบโตของเด็กไทยในปัจจุบัน โดยขอให้ครอบครัวและชุมชนสร้างเวลาคุณภาพ สร้างการเรียนรู้ผ่านการเล่นและกิจกรรมร่วมกัน และความร่วมมือระหว่างเครือข่ายท้องถิ่นและสถานศึกษาในการจัดสวัสดิการและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อวางรากฐานชีวิตที่มั่นคง สร้างพลเมืองที่เข้มแข็งพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
ด้าน รศ.ดร.พูลสุข กล่าวถึง บทบาทของศูนย์ความเป็นเลิศการพัฒนาเด็กปฐมวัย และการยกระดับมาตรฐานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กผ่าน “ขอนแก่นโมเดล” ที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างครอบครัว สถานศึกษาและชุมชน ด้วยการจัดทำระบบข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าถึงง่ายควบคู่ไปกับการสร้างพื้นที่สนับสนุนเสริมพลังให้แก่ผู้ปกครอง การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และการวิจัยที่สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นการวางรากฐานให้เด็กไทยมีความสุขและสามารถพึ่งพาตนเองได้
ขณะที่ ดร.กฤษณา กล่าวถึง แนวทางการขับเคลื่อนการศึกษาปฐมวัยในจังหวัดขอนแก่น ในท่ามกลางวิกฤตจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ได้เน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ผ่านกลไก “โซ่ข้อกลาง” ด้วยการใช้ฐานข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อระบุปัญหาให้ตรงจุด ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ฐานสมรรถนะที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น โครงการไดโนแลนด์แดนอีสาน การเพิ่มศักยภาพครูผู้สอน เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนในโรงเรียนทุกขนาดอย่างเท่าเทียม ชี้ให้เห็นความท้าทายในอนาคตที่ต้องระดมทรัพยากรและการสื่อสารเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กปฐมวัยเติบโตอย่างมีคุณภาพ จากนั้น ได้มีการระดมความคิดเห็น จากผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ที่สำคัญของแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับสภาพจริงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น



นอกจากนี้ สกศ.ยังได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูลการจัดการศึกษาเพื่อเด็กปฐมวัยในพื้นที่ ณ สถานศึกษา จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลสาธิตเทศบาลนครขอนแก่น (โนนหนองวัด) ที่ได้พัฒนาทักษะ EF (Executive Functions) หรือการคิดเชิงบริหารในเด็กปฐมวัยที่โดดเด่น โดยเน้นการสร้าง “ทักษะชีวิต” ผ่านการเล่นและการลงมือทำ ส่งเสริม EF ด้านการยับยั้งชั่งใจ ความจำเพื่อใช้งาน การยืดหยุ่นทางความคิด และการกระตุ้น EF อย่างก้าวกระโดดอย่างโครงงานและนวัตกรรม มีมุมประสบการณ์การเรียนรู้และพื้นที่สีเขียวลดความเครียดเพิ่มสมาธิ โดยโรงเรียนอยู่ในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น จึงมีการอบรมครูและผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การฝึก EF เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน



สำหรับ โรงเรียนบ้านดอนหันวิทยาสาร เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ได้นำทฤษฎี EF มาใช้ในการเปลี่ยนผ่านการศึกษาจากการ “ท่องจำ” สู่ “การสร้างทักษะสมอง” สำหรับเด็กช่วงปฐมวัยและประถมต้น ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ ให้เด็กได้ฝึกฝน ผลลัพธ์คือเด็กมีสมาธิที่ดีขึ้น แก้ปัญหาด้านพฤติกรรมและทักษะการอยู่ร่วมกันในสังคม สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระดับชั้นที่สูงขึ้น ทั้งนี้ สกศ. ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ จะนำข้อมูลที่ได้รับไปสังเคราะห์ประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

