สกศ. X สพฐ. สานพลังภาคีการศึกษา ลุยต่อ ถอดบทเรียนครูต้นแบบ “ครุวัฒนวิถี” เชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ มุ่งขับเคลื่อนพัฒนาครูตามแนวพระราชดำริฯ

image

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี และมูลนิธิสถาบันวิจัยระบบการศึกษา ได้จัดการประชุมสัมมนา “ครุวัฒนวิถี: สืบสานพระราชดำริ สร้างครู สร้างคน” เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ให้ครูครุวัฒนวิถี ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีและผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองอธิบดีกรมกิจการพิเศษ (2) สำนักพระราขวัง ที่ปรึกษาโครงการตามพระราชดำริฯ ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า อดีตรองเลขาธิการ สพฐ. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา และ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ที่ปรึกษาด้านการศึกษา เข้าร่วมรับฟังและให้ข้อคิดเห็น พร้อมด้วย ดร.ศุภสิน ภูศรีโสม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ. และนางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา ตลอดจนผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหน่วยงานด้านการศึกษาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และถอดบทเรียนจากการปฏิบัติจริง เพื่อยกระดับคุณภาพวิชาชีพครูและการศึกษาไทย

ดร.ศุภสิน ได้ร่วมพูดคุยพร้อมให้ข้อคิดต่อครูครุวัฒนวิธีที่ต้องเผชิญความท้าทายในการจัดการเรียนการสอนของครูในบริบทพื้นที่ห่างไกล โดยครูครุวัฒนวิถีต้องไม่ใช่เป็นเพียงผู้สอน แต่ต้องช่างสังเกตและดูแลผู้เรียนให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านบริบทพฤตติกรรมผู้เรียน ความหลากหลายทางวัฒนธรรม สภาวะแวดล้อมที่ส่งผลต่อผู้เรียน รวมไปถึงการสร้างสัมพันธ์อันดีกับชุมชน อีกทั้งครูต้องพัฒนาการสอนให้เหมาะกับบริบทพื้นที่และผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

นางอำภา เปิดเผยถึงความตั้งใจของ สกศ. ที่จะสืบสานแนวพระราชดำริด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพัฒนาครูอับเปรียบเสมือนแม่พิมพ์ของผู้เรียน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ พร้อมถอดบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริงของครูครุวัฒนวิถี ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ ยกระดับวิชาชีพของครู เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน พร้อมทั้งช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนพัฒนาครูตามแนวพระราชดำริฯ อีกด้วย

จากนั้นผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมถอดบทเรียนที่ครูครุวัฒนวิถีในหลายบริบทพื้นที่ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ จากเวทีแลกเปลี่ยน 3 วิถี เพื่อให้ครูได้ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมถอดบทเรียนใน 3 มิติ ดังนี้ 1) วิถีแห่งการสอน เน้นการออกแบบการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับผู้เรียนและบริบทพื้นที่ พร้อมครอบคลุมการพัฒนาผู้เรียนทุกมิติผ่านการสร้างและการนำนวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนรู้ของผู้เรียน 2) วิถีแห่งการเติบโต มุ่งพัฒนาตนบนเส้นทางวิชาชีพครู นอกจากแนวทางการเติบโตในเส้นทางอาชีพแล้ว การสร้างระบบสนับสนุนครูทั้งด้านสภาวะกายและจิตใจ รวมไปถึงการผสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนครู และ 3) วิถีแห่งการใช้ชีวิต การดูแลคุณภาพชีวิตและการพัฒนาชุมชน ควรเสริมสร้างองค์ความรู้ให้ครูทุกมิติ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมถอดบทเรียน เชื่อมโยงประสบการณ์และองค์ความรู้ให้กับครูครุวัฒนวิถี ได้ให้คำแนะนำสำหรับครูครุวัฒนวิถีในประเด็นความท้าทาย ตั้งแต่ด้านความหลากหลายของกลุ่มผู้เรียนชาติพันธ์ ระยะเวลาที่ควรชัดเจนในการเส้นทางวิชาชีพครู รวมไปถึงการสนับสนุนและจัดสรรทรัพยากรการจัดการเรียนการสอนให้ครู ทั้งหมดนี้ สกศ. จะรวบรวมข้อมูลจากการถ่ายทอดประสบการณ์ของครูครุวัฒนวิถี สู่การจัดทำข้อเสนอสำหรับการพัฒนาเครือข่ายครูครุวัฒนวิถี เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศให้เทียบเท่าสากล

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด