อนุ กกส. เฉพาะกิจ รับฟังความคิดเห็นบูรณาการจุดเด่นกฎหมายเก่า-ใหม่ ปั้น พ.ร.บ. การศึกษาใหม่ ตอบโจทย์ทุนมนุษย์ของประเทศ

image

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานอนุกรรมการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ครั้งที่ 3/2569 โดยมี ดร.สุภัทร จำปาทอง รองประธาน ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการประทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ นายพีรวิชญ์ ขันติศุข นางสาวศุกรียา วรรณายุวัฒน์ นางสาวธีราภา ไพโรหกุล และคณะอนุกรรมการ พร้อมด้วย ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องสิปปนนท์ เกตุทัต ชั้น 2 อาคาร 2 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

สกศ. ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายทางการศึกษา โดยเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับใหม่ เพื่อวางรากฐาน “ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ” ซึ่งการจัดทำร่างกฎหมายในครั้งนี้ ได้รวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลและองค์ความรู้ ต่อยอดมาจากแนวทางของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับเดิม (660/2564) มาเป็นแกนหลัก โดยเฉพาะในเรื่อง “การกระจายอำนาจและการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา” เชื่อมโยงกับการบูรณาการจุดเด่น จาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และร่างฉบับอื่น ๆ รวมถึง การสนับสนุนด้วยการนำงานวิจัยด้านการศึกษาที่ทันสมัยทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาแต่งเติม เพื่อให้ได้ร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่สมบูรณ์ ครอบคลุม และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ปัจจุบัน สกศ.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการสำคัญของร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ อย่างเป็นทางการ ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzMzM0RHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน ถึง 9 กรกฎาคม 2569 เป็นเวลา 30 วันเต็ม และสร้างการรับรู้การเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงานฯ รวมถึงสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

จากนั้น ที่ประชุมร่วมพิจารณาให้ข้อเสนอแนะเพื่อผลักดันร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับใหม่ ให้มีความสมบูรณ์ และตอบโจทย์การปฏิรูปการศึกษาไทย ในวาระสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่ 
1. แผนการดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการสำคัญของร่างกฎหมายฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเชิงลึกจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ผ่านวิธีการและช่องทางอื่น ๆ โดย ที่ปรึกษาของรัฐมนตรี ศธ. ได้นำเสนอแนวทางแผนการดำเนินงานเพื่อขยายโอกาสและสร้างการรับรู้ด้านหลักการสำคัญของร่างกฎหมายในด้านการรับฟังความคิดเห็นแบบเฉพาะเจาะจงรูปแบบ Focus group ทั้งรูปแบบออนไลน์ และออนไซต์ เพื่อการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่งแผนการดำเนินงานนี้ ยังมีข้อจำกัดในหลายๆด้าน ที่จะต้องบูรณาการแผนร่วมกับแผนการดำเนินงานของทาง สกศ. อีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการไม่ทับซ้อนด้านการดำเนินงาน และมองถึงเจตนารมณ์ทางกฎหมายและประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง 
2. โครงร่างและสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำร่างกฎหมายฉบับใหม่ ควรเน้นการกำหนด “หลักการสำคัญ” และสาระสำคัญที่เอื้อให้เกิดการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการศึกษาไปยังพื้นที่หรือสถานศึกษาได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ครอบคลุมคนทุกช่วงวัยอย่างเป็นรูปธรรม
3. การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา จะนำข้อเสนอแนะที่จับต้องได้และเป็นประโยชน์มาปรับปรุงขัดเกลาเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ฯ นี้ ให้มีความสมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการของสังคม เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และส่งต่อให้รัฐสภาตามกระบวนการตรากฎหมายต่อไป เพื่อเป้าหมายสำคัญในการปฏิรูปสถาปัตยกรรมทางการศึกษาครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับระบบการศึกษาไทย พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาและขับเคลื่อน “ทุนมนุษย์” ของประเทศ รวมทั้งสร้าง “ระบบนิเวศการศึกษา” ที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนบนเวทีโลกระยะยาวต่อไป 

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด