สกศ. ระดมสมอง 77 ศธจ. ขับเคลื่อน (ร่าง) แผนธนาคารหน่วยกิตจังหวัด ปี 2570 - 2574 มุ่งทลายกำแพงการศึกษา สร้างโอกาสตอบโจทย์เชิงพื้นที่
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นการจัดทำแผนการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด พ.ศ. 2570 – 2574 โดยมีนางปัทมา วีระวานิช ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบธนาคารหน่วยกิต นำเสนอ (ร่าง) แผนการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด พ.ศ. 2570 - 2574 และ ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพจน์ สะเพียรชัย สกศ. และผู้แทนจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กว่า 200 คน

นิติ กล่าวเปิดการประชุมว่า การประชุมนี้จัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ต่อ (ร่าง) แผนการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด พ.ศ. 2570 – 2574 แผนงานนี้ใช้ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change) มาวิเคราะห์กรอบการทำงาน ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และผลกระทบ ที่มุ่งเน้นการลงรายละเอียดแผนปฏิบัติการ 5 ปี และตัวชี้วัดความสำเร็จ 9 ประเด็น รวมถึงโครงการนำร่องต่าง ๆ โดยคาดหวังให้ผู้แทนทุกจังหวัดช่วยกันประเมินความเป็นไปได้ของตัวชี้วัดและเสนอแนะเพื่อปรับปรุงให้แผนสมบูรณ์และนำไปปฏิบัติได้จริงในเชิงพื้นที่

นางปัทมา กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในฐานะกลไกเชื่อมโยงระบบธนาคารหน่วยกิต จากระดับสถานศึกษาไปสู่ระดับประเทศ สกศ. ได้พัฒนาแผนการดำเนินงานแกนกลางระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570 – 2574) เพื่อให้ทุกจังหวัดใช้เป็นกรอบมาตรฐานร่วมกัน และสามารถไปปรับเพิ่มรายละเอียดตามบริบทพื้นที่ได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานหลัก ทั้ง สพฐ. สช. อศ. และ สกร. เพื่อปรับข้อมูลสถานการณ์และหลักสูตรต่าง ๆ ให้แผนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้แต่ละจังหวัดสามารถนำไปปรับใช้เป็นของตนเองได้ทันที นอกจากนี้ วิเคราะห์ความสอดคล้องเชิงนโยบาย โดยต้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และยุทธศาสตร์เชิงภูมิภาค เพื่อการขับเคลื่อนที่เป็นทิศทางเดียวกัน


ที่ประชุมมีความตื่นตัวในการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตระดับจังหวัด เห็นพ้องว่า ต้องผลักดันให้เป็นภารกิจงานปกติและใช้งบประมาณปกติของหน่วยงานเพื่อความยั่งยืน แต่ละพื้นที่มีความก้าวหน้าและระดับการพัฒนาที่แตกต่างกัน ปรับเปลี่ยนการเก็บข้อมูลรูปแบบเอกสารเข้าสู่การเตรียมความพร้อมเพื่อใช้งานระบบฐานข้อมูลดิจิทัลและแพลตฟอร์มกลาง มุ่งเน้นการจัดทำหลักสูตรแบบยืดหยุ่นที่สอดคล้องกับบริบทเฉพาะและจุดเด่นเชิงพื้นที่ เช่น พลาสเตอร์ทุเรียนของจันทบุรี และหลักสูตรวิชาช่างของกาญจนบุรี นำระบบธนาคารหน่วยกิตมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบในพื้นที่ปัตตานี กระบวนการทลายกำแพงทางการศึกษาด้วยการเชื่อมโยง 3 ระบบ ตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐาน อาชีวะ จนถึงอุดมศึกษา นอกจากนี้ หลายจังหวัดยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญด้านการขาดแคลนบุคลากรและขาดผู้เชี่ยวชาญในการกลั่นกรองหลักสูตรและการวางเกณฑ์เทียบโอนร่วมกับมหาวิทยาลัย

ดร.กาญจนา กล่าวว่า เพื่อให้ศธจ. นำไปใช้ขับเคลื่อนงานได้อย่างเป็นระบบ สกศ. มุ่งหวังให้เกิดการตรวจสอบรายละเอียดในแต่ละองค์ประกอบของแผน เพื่อให้ระบบธนาคารหน่วยกิตของประเทศเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมในเชิงพื้นที่ แนะนำให้ใช้กลไกของ “คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)” ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ร่วมกับภาคเอกชน (สภาหอการค้า/สภาอุตสาหกรรม) ในการชี้เป้าความต้องการของพื้นที่และการจ้างงาน ขับเคลื่อนควบคู่ไปกับใบรับรองสมรรถนะวิชาชีพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนที่อยู่นอกระบบและกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

