ดร.พิเชฐ นำทัพ สกศ. ถกแผนจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวใหม่ ประสานสำนักงบประมาณ ปลดล็อกระเบียบเพื่อความเท่าเทียม
วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วย ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการสภาการศึกษา นำทีมผู้บริหารระดับสูงและผู้อำนวยการสำนัก ประชุมเร่งเครื่องขับเคลื่อนนโยบายการจัดสรรเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดสรรงบประมาณให้แก่ผู้เรียนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม สอดรับกับแนวทางการหารือร่วมกับสำนักงบประมาณในการปฏิรูประบบงบประมาณทางการศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ของเยาวชนไทยอย่างทั่วถึง ณ ห้องประชุมภุชงค์ เพ่งศรี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา


ดร.พิเชฐ เปิดเผยว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีรากฐานจากการจัดสรรทรัพยากรที่สะท้อนความเป็นจริงและเป็นธรรม สกศ. จึงได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผนการศึกษาจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อศึกษาวิจัยและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างเร่งด่วน โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลและประสานการทำงานร่วมกับสำนักงบประมาณอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันทบทวนและออกแบบเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณการศึกษาใหม่ให้ตรงจุด สอดรับกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สำหรับสาระสำคัญในการขับเคลื่อน มุ่งเน้นการดำเนินงานเชิงรุกใน 4 มิติหลัก ได้แก่
1) กำหนดแนวทางการจัดสรรเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวให้ครอบคลุมเด็กนักเรียนในทุกสังกัดการศึกษาอย่างทั่วถึง
2) วางระบบรับประกันสิทธิขั้นพื้นฐานเพื่อยืนยันว่าเด็กทุกคนจะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ไร้รอยต่อ
3) ลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ โดยนำเสนอสูตรคำนวณเงินอุดหนุนรายหัวรูปแบบใหม่ที่สะท้อนต้นทุนจริงในการจัดการเรียนการสอนตามบริบทพื้นที่ เช่น โรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล
4) ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงบประมาณในการปลดล็อกข้อจำกัดทางระเบียบและกฎหมายการเงินการคลัง เพื่อสร้างความคล่องตัวในการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส





ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนระยะเร่งด่วน โดยกำหนดกรอบการนำร่องปรับใช้สูตรงบประมาณเงินอุดหนุนรายหัวใหม่ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นลำดับแรก การเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณการศึกษาในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ สกศ. ในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่ยังเป็นการสร้างหลักประกันให้เยาวชนไทยทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ โดย สกศ. จะเร่งสรุปข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับสำนักงบประมาณอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

