สกศ. เดินหน้าจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ฉบับใหม่ มุ่งบูรณาการทุกภาคส่วน ยกระดับการดูแลเด็กไทยสู่สากล
วันที่ 2-3 กันยายน 2569 ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2571-2575) ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ประธานคณะทำงานพิจารณาจัดทำร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ฉบับที่ 2 (พ.ศ 2571-2575) และ ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ผู้ทรงคุณวุฒิ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมด้วย นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา นางพัชรพรรณ์ กฤษฎาจินดารุ่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยและด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ภาคเอกชน ข้าราชการและบุคลากรของ สกศ. ร่วมพิจารณาจัดทำร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยฉบับใหม่ในครั้งนี้ด้วย

ดร.ชัยพฤกษ์ ได้เผยถึงแนวทางในการดำเนินการขับเคลื่อนการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยฉบับใหม่ครั้งนี้นั้นเกิดจากกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การนำแผนไปปฏิบัติ พร้อมได้ติดตามและประเมินผลอย่างรอบด้าน อย่างไรก็ตามการจัดทำแผนฯ ต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตลอดจนเป็นที่ยอมรับของสากล ดังนั้นการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ กำหนดเป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และมาตรการต่าง ๆ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยฉบับใหม่นี้ให้สมบูรณ์แบบ


แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 – 2570 นั่น สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ที่ได้เห็นชอบ เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางและเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับคุณภาพการบริการ การดูแล และการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งที่ผ่านมาภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันขับเคลื่อนแผนดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงวาระที่ต้องทบทวนและจัดทำแผนฯ ฉบับใหม่ เพื่อให้สอดรับและก้าวทันต่อบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบูรณาการการทำงานสู่การปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในการนี้ ดร.รังสรรค์ ได้นำเสนอแนวทางการทบทวนประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และมาตรการต่าง ๆ โดยเน้นย้ำว่าต้องมีความสอดคล้องกัน และต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนเชื่อมโยงกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมกันนี้ ยังได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงสร้างสถาปัตยกรรมยุทธศาสตร์ (Strategic Architecture) การกำหนดเป้าประสงค์ และการสร้างตัวชี้วัดที่ดีตามหลัก SMART KPIs ตลอดจนให้คำแนะนำด้านการเขียนและการกำหนดค่าเป้าหมาย ซึ่งทุกองค์ประกอบจะต้องเชื่อมโยงและบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้แผนฯ ฉบับนี้มีความสมบูรณ์สูงสุด

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “อนาคตปฐมวัย ในมุมมองของท่าน” ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจหลายประการ โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่า แผนฯ ฉบับใหม่ ต้องเอื้อในการขับเคลื่อนงานโดยการบูรณาการความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม พร้อมคาดการณ์อนาคตภาพเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กสามารถเติบโตไปเป็นผู้ที่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต พร้อมเสนอการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social Emotional Learning: SEL) ซึ่งเป็นทักษะที่สากลต่างให้การยอมรับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการพัฒนาเด็กในทุกมิติ


สำหรับด้านผู้ปฏิบัติ ทั้งบุคลากรทางการศึกษาและศึกษานิเทศก์ต่างยืนยันความพร้อมในการดำเนินงาน พร้อมสะท้อนความสำคัญของการบริหารจัดการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะการดูแลผู้เรียนกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ การดึงศักยภาพของผู้เรียน รวมถึงการใช้กลยุทธ์ป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้ง (Bullying) และการสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายและความคิดเห็นที่แตกต่าง พร้อมกันนี้ ได้ตั้งข้อสังเกตอันเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำแผนฯ ว่า การพัฒนาระบบติดตามการใช้งบประมาณสำหรับเด็กปฐมวัยสำหรับหน่วยปฏิบัติเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการนำข้อมูลมาใช้บูรณาการการทำงานร่วมกันจะช่วยให้เกิดการดูแลอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น เพื่อสะท้อนภาพการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยในทุกมิติ พร้อมวิเคราะห์และอุดช่องว่างจากการดำเนินงานตามแผนฯ ฉบับเดิม อันจะนำไปสู่การจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ฉบับที่ 2 ที่มีความสมบูรณ์แบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลและจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยของไทยให้ก้าวล้ำเทียบเท่าระดับสากลต่อไป


