สกศ. ผนึกกำลังผู้ทรงคุณวุฒิภาคการศึกษา – เอกชน วางแนวทางยกระดับภาษาอังกฤษ เปลี่ยนจากเรียนเพื่อสอบ สู่ใช้ได้จริง

image

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา มอบหมายนายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา เป็นประธานการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน และภาคการศึกษา ทั้ง Institute of International Education British Council Thailand หอการค้าอังกฤษ - ไทย NIST International School โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนนนทบุรีแมกเน็ต เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อคิดเห็น ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สกศ. 

นายวีระพงษ์ นำเสนอข้อมูลสถานการณ์และผลการวิเคราะห์ผลการประเมินทักษะภาษาอังกฤษของประเทศไทยในเวทีสากล ใจความว่า ภาษาอังกฤษมีความสำคัญต่อประเทศไทยใน 4 มิติหลัก ทั้ง ด้านการศึกษาและองค์ความรู้ การจ้างงานและประสิทธิภาพในการผลิต การมีส่วนร่วมในระดับนานาชาติ และความเท่าเทียมและการยกระดับทางสังคม โดยในปี 2569 ไทยมีคะแนนความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ที่ 83 คะแนน เป็นอันดับ 57 ของโลก และเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพบว่าไทยอยู่ในอันดับรองสุดท้ายของกลุ่ม ในขณะที่การประเมินทักษะทางภาษาที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการอยู่ที่ 5.09 คะแนน ซึ่งหล่นไปถึง 5 อันดับเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะภาษาอังกฤษของไทย มีทั้งการเรียนการสอนที่เน้นคำศัพท์ ไวยากรณ์และการสอบมากกว่าการสื่อสารจริง การประเมินผลที่เน้นการสอบข้อเขียนเป็นหลักแต่ทักษะการพูดไม่ได้รับการประเมินอย่างเป็นระบบ ครูยังต้องการการสนับสนุนเพื่อจัดการเรียนรู้และประเมินทักษะการพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจะปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้ครอบคลุมและยั่งยืนได้นั้นต้องมีการดำเนินงานที่มุ่งเน้นความเสมอภาค จัดสรรครูที่มีศักยภาพ การสนับสนุนทางวิชาชีพ ทรัพยากรการเรียนรู้ และโอกาสในการฝึกฝนภาษาไปยังโรงเรียนและพื้นที่ที่ยังขาดแคลนหรือได้รับโอกาสไม่เพียงพอ การใช้เทคโนโลยีและ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ทดลองและประเมินผลแนวทางการเรียนรู้ใหม่ ๆ ก่อนขยายผลในระดับประเทศ โดยต้องได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือระหว่างโรงเรียน มหาวิทยาลัย นายจ้าง/ผู้ประกอบการ และพันธมิตรในระดับนานาชาติ เป็นต้น

จากนั้นผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นในประเด็น 1) การยกระดับทักษะและสมรรถนะภาษาอังกฤษของประชากรวัยเรียน ทั้ง แนวทางการสอนภาษาอังกฤษ การก้าวข้ามอุปสรรคทางการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้และการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล และ 2) การพัฒนาทักษะและสมรรถนะภาษาอังกฤษเพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ทั้ง  ความต้องการของภาคธุรกิจและการลงทุน  การยกระดับทักษะกำลังคน  การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา (Public-Private Partnership) มาตรการส่งเสริมและแรงจูงใจ  การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ

ที่ประชุมร่วมกันระดมข้อเสนอเชิงนโยบาย และกลไกการส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ อาทิ การนำ AI แพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชันมาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการสื่อสารและการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากกว่าการไวยากรณ์ สร้างประสบการณ์ให้เด็กได้อยู่ในพื้นที่ที่เห็นความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ในการพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษ รวมทั้งมีการยกตัวอย่างความร่วมมือในโครงการโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง ระหว่าง NIST International School ที่ถ่ายทอดทักษะภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี และทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เป็นต้น โดยผลจากการระดมความคิดเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกลไกการส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในวันนี้จะนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของทั้งประชากรวัยเรียนและกำลังแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลต่อไป

image

ภารกิจ ผู้บริหาร ดูทั้งหมด

image

ข่าว สกศ. ดูทั้งหมด