สภาการศึกษาเร่งเครื่องแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ฉบับที่ 2 ปรับงบประมาณ-ฐานข้อมูล มุ่งแก้ปัญหาเด็กเปราะบางและผลกระทบจากดิจิทัล
วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2571-2575) ครั้งที่ 1/2568 โดยมี ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาคณะทำงาน และนางพัชราพรรณ กฤษฎาจินดารุ่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย และคณะทำงานฯ ร่วมประชุมรูปแบบผสมผสานออนไลน์และออนกราวน์ ณ ห้องกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา


คณะที่ปรึกษาคณะทำงานพิจารณาจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2571-2575) ให้คำปรึกษา ชี้แนะแนวทางให้แก่คณะทำงานในการพิจารณาจัดทำ (ร่าง) แผนดังกล่าว ส่วนคณะทำงานพิจารณาจัดทำ (ร่าง) มีหน้าที่ 1) ศึกษา รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยทั้งของไทยและต่างประเทศ 2) ศึกษาวิเคราะห์ และประเมินผลการนำแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 สู่การปฏิบัติ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการทบทวนและปรับปรุง (ร่าง) แผนดังกล่าว 3) พิจารณากำหนดยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ และตัวชี้วัดใน (ร่าง) แผนดังกล่าว


ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณากรอบการดำเนินงานของคณะทำงานพิจารณาจัดทำ (ร่าง) แผนเพื่อเป็นกรอบการดำเนินงาน ดังนี้ 1) คุณภาพเด็กปฐมวัย สร้างหลักประกันความเท่าเทียม พัฒนาตามศักยภาพ คัดกรองกลุ่มเปราะบาง และสร้าง “ความฉลาดรู้ดิจิทัล” เพื่อปกป้องเด็กจากเทคโนโลยี 2) คุณภาพครูและผู้ดูแลเด็กปฐมวัย พัฒนาบุคลากรให้เชี่ยวชาญและเพียงพอ กำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจนทุกสังกัด และปรับปรุงหลักสูตรครูให้ครอบคลุมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3) คุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ยกระดับให้ได้มาตรฐานชาติทุกสังกัด พร้อมออกกฎหมายสนับสนุนสถานพัฒนาเด็กเอกชนที่กำลังประสบปัญหาปิดตัว 4) ระบบบริหารจัดการการให้บริการเด็กปฐมวัย เสนอให้มีหน่วยงานกลางและกองทุนเฉพาะด้าน เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลรายบุคคล (Big Data) และมีกลไกติดตามงานที่มีประสิทธิภาพ 5) พ่อแม่ผู้ปกครองครอบครัวและชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ให้ความรู้พ่อแม่ในการเลี้ยงดูเด็ก โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวเปราะบาง 6) เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือติดตามพัฒนาการเด็กรายบุคคล และสร้างกลไกให้ผู้ปกครองและรัฐแก้ไขปัญหาเด็กได้ทันท่วงที


ที่ปรึกษาคณะทำงานได้ให้ความเห็นสรุปว่า เพื่อให้แผนฉบับนี้ไม่เป็นเพียง “กระดาษ” แต่สามารถปฏิบัติได้จริง เปลี่ยนจาก “ภาระงานประจำ” เป็น “ยุทธศาสตร์” เน้นการเขียนโครงการที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณได้ตรงจุดมากกว่าการรอเพียงงบประมาณรายหัวแบบเดิม ด้วยเสนอให้มี KPI ที่วัดผลได้จริง เช่น อัตราการใช้ “สมุดสีชมพู” สมุดบันทึกสุขภาพในสถานศึกษา ตัวเลขเด็กที่ได้รับผลกระทบจากหน้าจอ โดยแบ่งความรับผิดชอบตามช่วงวัยและหน่วยงาน (Joint KPI) สำหรับการเชื่อมโยงแผนระดับชาติ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการเชื่อมโยงงานให้เข้ากับแผนแม่บทของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพื่อให้เป็นแผนใหญ่เพียงฉบับเดียวของประเทศ “หัวใจสำคัญคือการทำให้ระบบยุทธศาสตร์เป็นระบบแห่งความจริง ไม่ใช่ระบบธุรกรรมที่เน้นเพียงการส่งรายงาน แต่ต้องเห็นผลสัมฤทธิ์ที่ตัวเด็กอย่างแท้จริง”

“สภาการศึกษาเร่งสรุป แผนปฐมวัย ฉบับที่ 2 มุ่งยกระดับคุณภาพเด็ก ครู สถานศึกษา และระบบบริหารจัดการผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ชูแนวคิด “ไม่ทำทุกเรื่อง แต่เลือกเรื่องที่มีพลัง” เน้นความเจาะจงชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาเด็กเปราะบางและรอยต่อทางการศึกษาอย่างตรงจุด เร่งทลายข้อจำกัดด้านงบประมาณและกลไกการเมือง โดยตั้งเป้าสร้าง KPI ที่วัดผลได้จริง และเชื่อมโยงฐานข้อมูลรายบุคคลทั่วประเทศ เตรียมเปิดเวที Workshop ระดมสมองเชิงลึกเพื่อปิดช่องโหว่จากแผนเดิม มุ่งสู่การพัฒนาเด็กอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” ดร.สุภชัยกล่าว

