สกศ. เดินหน้าพัฒนาแนวทาง “สะสม-เทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้” สร้างโอกาสให้ “ผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา” ผ่านกลไก NQF และ Credit Bank
วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา โดยมี นางสาวอิษยา สาธรสันติกุล รองนายก อบจ. นนทบุรี นายชาตรี ศรีสันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสมาคม อบจ. ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ผู้บริหาร ครู และผู้แทนจากสมาคม อบจ. เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ สํานักงานสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย จังหวัดนนทบุรี


ดร.นิติ กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์การศึกษามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ได้เห็นถึงความสำคัญในการจัดรูปแบบการเรียนรู้ควรมีความยืดหยุ่นให้สามารถเข้าถึงในประชากรทุกช่วงวัยตั้งแต่ช่วงวัยเรียน ช่วงวัยทำงาน และผู้สูงอายุ ดังนั้นการเชื่อมโยงหลักสูตรระบบการเรียนรู้ของภาคการศึกษากับมาตรฐานในภาคการปฏิบัติ การเทียบโอนผลการเรียนรู้ การฝึกอบรม รวมถึงทักษะและประสบการณ์จากการเรียนรู้ ทั้งหมดนี้จะใช้ในการต่อยอดการศึกษาและเพิ่มระดับคุณวุฒิการศึกษาให้กับผู้เรียน

จากนั้น ดร.กาญจนา ได้บรรยายเกี่ยวกับแนวทางการสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬาของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ในขั้นตอนของกระบวนการดำเนินงานเพื่อเชื่อมโยงกับ NQF และ Credit Bank โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1) การจัดทำกรอบสมรรถนะทางการกีฬาโดยอิงมาตรฐานอาชีพและกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ 2) วิธีการประเมินผลลัพท์การเรียนรู้จากเอกสาร สมรรถนะ และ Portfolio สะสมผลลัพธ์การแข่งขันหรืออบรม 3) เกณฑ์การแปลงผลลัพธ์การเรียนรู้เป็นหน่วยกิต และ 4) การจัดเก็บข้อมูลเข้าสู่ระบบ Credit Bank


ต่อมาผู้แทนจาก อบจ. นนทบุรี และสำนักงานสมาคม อบจ. ได้แลกเปลี่ยนและหารือเกี่ยวกับแนวทางการสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา โดยสำหรับโรงเรียนภายใต้สังกัด อบจ. มีการสนับสนุนโดยจัดการศึกษาตามหลักสูตรพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ เป็นหลักสูตรพิเศษที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สนับสนุนให้สถานศึกษาใช้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นการพัฒนาตามความสามารถและศักยภาพของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นหลัก

ดร.นิติ ได้กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมายของกลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถหรือมีความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพเฉพาะว่าเป็นกลุ่มเยาวชนที่มีความเป็นเลิศซึ่งเป็นตัวแทนของสถานศึกษา นักกีฬาอาชีพที่ต้องเก็บตัวฝึกซ้อม หรือกลุ่มเยาวชนยอดทักษะฝีมือที่เข้าแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (WorldSkills) โดยเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าศึกษาภายใต้ระบบการศึกษารูปแบบปกติได้ เนื่องจากภารกิจจากช่วงเวลาในการฝึกซ้อมและช่วงการแข่งขันของผู้เรียน ดังนั้น การพัฒนาแนวทางการได้รับคุณวุฒิการศึกษาโดยแปลงประสบการณ์จากการฝึกซ้อมด้านสมรรถนะทางด้านกีฬา ผ่านการเทียบเคียงสมรรถนะตาม NQF สู่การสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้ใน Credit Bank จะสร้างโอกาสครั้งสำคัญให้เยาวชนเหล่านี้ได้รับคุณวุฒิการศึกษาควบคู่กับการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้อีกด้วย

สำหรับแนวทางการสะสมและเทียบโอนผลลัพธ์การเรียนรู้สำหรับนักกีฬา ที่ประชุมได้แบ่งเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ การเทียบโอนจากสมรรถนะ โดยนำสมรรถนะที่ได้จากระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อม ซึ่งมาพร้อมกับศักยภาพในด้านอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามา เช่น การทำงานเป็นทีมและความสามารถทางด้านภาษา เป็นต้น และ การเทียบโอนจากผลการแข่งขัน โดยนำประสบการณ์จากผลการแข่งขัน มาเทียบเคียงเป็นสมรรถนะและหน่วยกิตตามระดับของ NQF เพื่อสะสมใน Credit Bank ต่อไป อย่างไรก็ตามยังมีมิติด้านกฎหมายแม่บทด้านการศึกษา และการดำเนินการประสานกับพื้นที่นำร่องที่โดดเด่นในการสนับสนุนกลุ่มเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา เพื่อให้ สกศ. ซึ่งดำเนินการด้านนโยบายได้นำไปพัฒนาแนวทางการเทียบเคียงสมรรถนะตามระดับ NQF เพื่อให้เกิดการสะสมและเทียบโอนใน Credit Bank อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งหมดนี้จะช่วยส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กลุ่มเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษทางการกีฬาได้รับคุณวุฒิการศึกษาเช่นเดียวกับการเรียนปกติ โดยสามารถเข้าร่วมแข่งขันสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยควบคู่กับการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง

