อนุฯปฐมวัย เดินหน้าบูรณาการข้อมูลเด็กปฐมวัย พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทยในทุกมิติแบบเรียลไทม์
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศและธรรมาภิบาลข้อมูลเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา อนุกรรมการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศและธรรมาภิบาล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์


ที่ประชุมร่วมรับฟังรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย ที่เชื่อมโยงข้อมูลรายบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน เพื่อติดตามและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กอย่างเป็นระบบและทั่วถึง ซึ่งมีการกำหนดกลยุทธ์ใน 2 ระยะ คือแผนเร่งด่วน ที่เน้นการเปรียบเทียบข้อมูลเดิมที่มีอยู่กับทะเบียนราษฎร และแผนระยะยาวที่สร้างระบบฐานข้อมูลกลางที่มีความยั่งยืนภายใต้ธรรมาภิบาลข้อมูลที่เข้มงวด ปัจจุบันโครงการได้ผ่านขั้นตอนการประสานงานระหว่างกระทรวงและกำลังอยู่ในกระบวนการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ


จากนั้น ร่วมพิจารณาการดำเนินงานเพื่อบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ขับเคลื่อนงานด้านเด็กปฐมวัย ใน 2 เรื่อง ได้แก่
1. การบูรณาการระบบนิเวศข้อมูลแบบองค์รวม ซึ่งมีการเชื่อมโยงข้อมูลจาก 9 หน่วยงานหลัก ครอบคลุมข้อมูลใน 5 มิติ ได้แก่ มิติประชากร ใช้ฐานข้อมูล จากกรมการปกครองเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหา “เด็กตกหล่น” มิติสุขภาพ ใช้ข้อมูล จาก สธ. และ สปสช. เพื่อเฝ้าระวังพัฒนาการและสุขภาพเป็นรายบุคคล มิติการศึกษา บริหารข้อมูลช่วงรอยต่อระหว่างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ป้องกันเด็กหลุดจากระบบและจัดสรรงบประมาณ มิติความเปราะบาง ผ่านข้อมูลของ พม. และ กสศ. เพื่อให้เงินอุดหนุนและลดความเหลื่อมล้ำ มิติคุณภาพสถานศึกษา วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคุณภาพศูนย์เด็กเล็กต่อพัฒนาการของเด็ก รวมทั้ง การเปลี่ยนการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมไปสู่การใช้ AI ที่ช่วยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าช่วยเหลือเด็กที่ตกหล่นหรือมีพัฒนาการล่าช้าได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที การจัดสรรงบประมาณตามจริงและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรผ่านระบบที่รองรับภาษาถิ่น ซึ่งจะเห็นข้อมูลครอบคลุมทุกมิติ โดยระบบสามารถแจ้งเตือนทันที หากพบเด็กที่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์หายไปจากระบบการศึกษา
2.การบูรณาการฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย เพื่อการกำหนดนโยบายและติดตามพัฒนาการรายบุคคล เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันพบปัญหาความเหลื่อมล้ำและพัฒนาการที่ถดถอย ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดไว้ จึงต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูล 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษา (ศธ.) มีข้อมูลการเข้าถึงระบบการศึกษา สถานะปัจจุบันครบถ้วนแล้ว ด้านเงินอุดหนุนและสวัสดิการ (พม.) สถานะปัจจุบันมีระบบเชื่อมโยงแล้วแต่กำลังรอข้อมูล ด้านสุขภาพ (สธ.) ข้อมูลการคัดกรองโรค พัฒนาการ สถานะปัจจุบัน ยังไม่มีระบบเชื่อมโยง และกำลังรอข้อมูล โดยใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ช่วยให้ติดตามความช่วยเหลือได้อย่างเรียลไทม์และครอบคลุมเด็กทุกคนอย่างทั่วถึง และประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไป คือ ความเหมาะสมของรายการชุดข้อมูลที่ต้องใช้ เช่น เงินอุดหนุน การคัดกรองโรค รวมถึงกำหนดแนวทางการขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การทำหนังสือ การทำ MOU การมอบหมายคณะทำงานเพื่อพิจารณาจัดทำร่าง DSA/DPA เพื่อสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่สมบูรณ์ เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับสวัสดิการและการดูแลที่เหมาะสมลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง

การประชุมในครั้งนี้ เป็นความพยายามในการสร้างระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยที่มีความครบถ้วน เชื่อมโยง และสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

