ฝันที่เป็นจริง: Making Dreams a Reality

ดร.จอมหทยาสนิท พงษ์เสฐียร
สำนักนโยบายและแผนการศึกษา


             “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” น่าจะเป็นประโยคคำถามที่เราได้ยินกันบ่อยและทำให้เราคิดหนักที่สุดเมื่อสมัยยังเล็ก เด็กหลายคนมีความแน่วแน่และมั่นคงกับความฝัน จนในที่สุดได้เป็นหรือได้ทำอย่างที่ตนเองเคยฝัน แต่ก็มีเด็กอีกไม่น้อยเลยที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ความฝันของวัยเด็กจางหายไปได้อย่างไร อาจเป็นเพราะประสบการณ์หรือข้อจำกัดบางอย่างในชีวิต แล้วเราจะทะนุถนอมดูแลความฝันให้อยู่กับเราและกลายเป็นความจริงได้อย่างไร

             Elon Musk ผู้ก่อตั้งบริษัท Tesla SpaceX และ Neurolink  ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ในการจะเปลี่ยนโลกและช่วยเหลือมวลมนุษยชาติ ซึ่งเป็นตัวอย่างและเป็นแรงบันดาลใจที่ดีของการทำความฝันให้กลายเป็นความจริง จุดเริ่มต้นความฝันของ Musk อาจไม่ได้แตกต่างจากเด็กอื่นๆ มากนัก แต่กระบวนการและเส้นทางการไปถึงฝันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ การเปลี่ยนแปลงโลกและช่วยเหลือมนุษยชาติของ Musk มุ่งเน้นในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความต้องการที่จะลดโลกร้อนผ่านการผลิตและใช้พลังงานที่ยั่งยืน และการอพยพย้ายถิ่นไปสู่ดาวอังคาร ความฝันนี้อาจดูยิ่งใหญ่มากสำหรับหลายๆ คน แต่ด้วยความมุ่งมั่นประกอบกับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สาขาฟิสิกส์และเศรษฐศาสตร์ของ Musk ทำให้การไปสู่ฝั่งฝันมันไม่ไกลเท่าใดนัก เนื่องจากเขามีคุณสมบัติที่ดีของการเป็นนักวิทยาศาสตร์ ทักษะการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมกับองค์ความรู้ด้านการตลาด การเงินและการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมให้เกิดทักษะความเป็นผู้ประกอบการได้ไม่ยากนัก

             Tesla Inc. บริษัทรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ทำการวิจัยและพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า สถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าให้กับรถยนต์ของ Tesla (High-powered Superchargers) ที่มีอยู่ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชีย อีกทั้งขยายการเติบโตทางธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมและครัวเรือนด้วย Tesla Powerwall แบตเตอร์รี่และแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ปัจจุบันความสำเร็จของ Tesla เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ Tesla จำหน่ายไปได้แล้วถึง 186,000 คันทั่วโลก ความตั้งใจในการลด โลกร้อนด้วยการผลิตและใช้พลังงานที่ยั่งยืนของ Elon Musk ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะความฝันอีกสิ่งหนึ่งของเขาคือ การเดินทางสู่ดาวอังคาร การเดินทางในอวกาศที่ปลอดภัยและมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงนัก สำหรับการอพยพย้ายถิ่นคนบนโลกไปสู่ดาวอังคาร บริษัท SpaceX จึงถือกำเนิดขึ้น ซึ่งการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศของ SpaceX ล้ำหน้าไปมากและได้รับรางวัลและใช้บริการจากองค์กร NASA อีกด้วย การเดินทางสู่อวกาศจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่บริษัท SpaceX ไม่ได้สนใจเพียงเรื่องอวกาศเท่านั้น ล่าสุดมีการประยุกต์แนวคิดของเทคโนโลยีอวกาศเข้ากับ การเดินทางความเร็วสูงที่ประหยัดพลังงาน ลายมาเป็นโครงการ Hyperloop

             Hyperloop การเดินทางแห่งอนาคตที่มีจุดเด่นอยู่ที่การเคลื่อนที่อัตโนมัติด้วยความเร็ว ความเงียบและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ครั้งนี้ Elon Musk ไม่ได้คิดเพียงแค่การผลิตรถยนต์อีกต่อไป แต่เป็นการคิดและออกแบบระบบการคมนาคมแบบใหม่ โดย Hyperloop จะเป็นการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงของ pod ภายในท่อ (tube) ที่สร้างขึ้นพิเศษที่ใช้เทคนิคการยกตัวของแม่เหล็กไฟฟ้า (Passive magnetic levitation) เพื่อลดแรงเสียดทานระหว่าง pod และ tube สิ่งสำคัญในกระบวนการวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ SpaceX ได้เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วมในการประกวด การออกแบบและผลิต Hyperloop ครั้งที่ 1 ซึ่งในการแข่งขันเมื่อปลายเดือนมกราคม 2560 ได้ผู้ชนะ คือ Delft University Hyperloop ได้คะแนนสูงสุดไปในการแข่งขันรอบแรก The Technical University of Munich แห่งเยอรมนี ได้รางวัล pod ที่มีความเร็วสูงสุด ในขณะที่ Massachusetts Institute of Technology (MIT) ได้รางวัลความปลอดภัยและเที่ยงตรง และเนื่องจากการประกวดแข่งขันดังกล่าวเป็นที่สนใจอย่างมาก ทำให้ SpaceX จะจัดการแข่งขันขึ้นอีกครั้งในฤดูร้อนนี้ โดยเกณฑ์การตัดสินเดียวคือ ความเร็ว ซึ่งก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าทีมใดจะเป็นผู้ชนะและการวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ของ Elon Musk จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกและช่วยเหลือมวลมนุษยชาติได้เพียงใด

             เราได้เรียนรู้อะไรจากการเดินตามฝันของ Elon Musk
             1. Dare to Dream: อย่าดูถูกความฝันของตนเองและของคนอื่น
             ความฝันของ Elon Musk ที่มีความต้องการที่จะลดโลกร้อนผ่านการผลิตและใช้พลังงานที่ยั่งยืน และการอพยพย้ายถิ่นไปสู่ดาวอังคารนั้น ไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร อาจจะเมื่อไม่นานเมื่อพบว่าสิ่งแวดล้อมของโลกเรากำลังแย่จนถึงที่สุดแล้ว หรือเป็นความฝันของฮีโร่รักษ์โลกตั้งแต่เล็กๆ แต่ไม่ว่าความฝันนี้จะเกิดขึ้นมาเมื่อใดก็ตาม Elon Musk ไม่เคยที่จะหยุดฝันและไม่ยอมให้ใครมาหยุดฝันของเขาด้วย เพราะหากเป็นอย่างนั้น เราคงไม่ได้เห็นบริษัท Tesla SpaceX และ Neurolink ที่คิดค้นและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเช่นทุกวันนี้ ค่านิยมหรือคำพูดของเราเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะไม่ไปทำลายความฝันของใคร ถ้าลูกของคุณเดินมาบอกว่า “แม่ครับ โตขึ้นผมจะพาแม่ไปอยู่บนดวงจันทร์” ตอนลูกเล็กๆ พ่อแม่อาจจะยิ้มและชื่นชม แต่เมื่อโตขึ้น ถ้าลูกของคุณยังมีความฝันเดิม แต่ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ พ่อแม่จะยังยิ้มและชื่นชมความฝันนั้นของลูก หรือบอกลูกว่า “มันยากนะ ทำไม่ได้หรอกลูก ประเทศไทยยังไม่มีนักบินอวกาศเลยสักคน” อย่าหยุดยั้งความฝันเพียงเพราะความยากหรือการที่ยังไม่มีใครทำได้ เพราะนั่นจะทำให้จำกัดความคิดและจินตนาการ และยากที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือสามารถเอาชนะและเป็นผู้นำในเรื่องสำคัญต่างๆ ต่อไปได้
             2. Learn: สหวิทยาการ
             การเลือกเรียนของ Elon Musk มีความน่าสนใจ เมื่อพิจารณาเทียบกับความฝันของเขา แม้จะไม่รู้ว่าความฝันเหล่านั้นเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไร แต่แน่ใจเหลือเกินว่า Musk ไม่เคยปล่อยความฝันของเขาไปเลย Elon Musk สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีใน 2 สาขา คือ ปริญญาด้านวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ และเศรษฐศาสตร์ ซึ่งองค์ความรู้ที่กว้างและหลากหลายทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ส่งผลให้ Musk มีมุมมองที่เข้าใจทั้งวิทยาศาสตร์ที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ และเศรษฐศาสตร์ที่มองภาพและเข้าใจระบบเศรษฐกิจทั้งระบบได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อครั้นเริ่มต้นของการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur) Musk จะมีต้นทุนของ องค์ความรู้ที่สูงกว่าคนอื่น ทำให้มีพื้นฐานของการเริ่มต้นธุรกิจมากกว่าคนอื่นที่มีองค์ความรู้เพียงเฉพาะด้านเท่านั้น
             3. Action: ลงมือปฏิบัติ
             จาก The Learning Pyramid ของ Bethel Maine การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ Practice by Doing or Writing จะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ถึงร้อยละ 75 เพราะการลงมือปฏิบัตินั้น จำเป็นที่จะต้องมี การวางแผนและทำความเข้าใจก่อนจึงจะลงมือปฏิบัติได้ อีกทั้งประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจะทำให้เกิดการเรียนรู้ โดยไม่ต้องท่องจำ
             ถ้าเมื่อสิบปีที่แล้ว Elon Musk มัวแต่คิดแล้ว นั่งเฉยๆ ปล่อยให้ผ่านไป เขาจะเป็นเพียงแค่นักวิทยาศาสตร์ที่อาจจะคิดค้นทฤษฎีใหม่ๆ หรือสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ได้ แต่ไม่ได้สร้างสรรค์ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้น ปัจจุบัน เราคงไม่ได้เห็นรถยนต์รุ่นแล้วรุ่นเล่าของ Tesla หรือการปฏิวัติความคิดเรื่องอวกาศให้เป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นแบบที่บริษัท SpaceX กำลังดำเนินการอยู่

             แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 ช่วยทะนุถนอมความฝันของเด็กไทยได้อย่างไร
             อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์บอกเราไว้ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” เพราะต่อให้รู้มาก แต่ขาดจินตนาการ ก็ไม่สามารถต่อยอดความรู้นั้นและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ จินตนาการจะเป็นแรงผลักดันให้ใฝ่รู้ ค้นหาองค์ความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบจินตนาการเพื่อการสร้างสรรค์ต่อไป เช่นเดียวกันกับเรื่องของความฝัน ความฝันก็คือจินตนาการผสมผสานกับความต้องการ ความฝันไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตั้งแต่เล็ก ความฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของเราเอง แต่หากเกิดขึ้นแล้ว การมีศักยภาพที่พร้อมในการดูแลความฝันให้คงอยู่และเป็นจริงได้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งการได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพสามารถพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ที่จะส่งเสริมให้ความฝันเป็นจริง และการที่บุคคล สังคมและประเทศชาติมีการมองเป้าหมายเดียวกันมีส่วนสำคัญของการสนับสนุนต่อยอดความฝันได้อย่างต่อเนื่อง เป็นหัวใจสำคัญของการทะนุถนอมความฝันของเด็กไทย




             เป็นเรื่องน่ายินดีที่แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 เป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาระยะยาว 20 ปี ที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยลดปัญหาความไม่ต่อเนื่องของนโยบายลงได้ และเป็นทิศทาง การพัฒนาคนและการศึกษาของประเทศที่ให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้และบ่มเพาะคุณลักษณะของคนไทยได้อย่างแท้จริง การกำหนดให้คนไทยได้รับการศึกษาฟรี 15 ปี เป็นการย้ำชัดถึงเจตนารมณ์ของแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ที่จะให้คนไทยได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม การจัดการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการคิดและใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายอย่างมีคุณภาพและเหมาะสมกับคนไทยทุกช่วงวัย สนับสนุนให้คนไทยมีองค์ความรู้เชิงสหวิทยาการและทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ (3Rs x 8Cs) และส่งเสริมการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ อีกทั้งการให้ความสำคัญต่อการวางแผนการผลิตและพัฒนากำลังคนระดับสูงเพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมให้สามารถยกระดับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ก้าวข้ามกับดักประเทศที่มารายได้ปานกลาง และสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ โดยไม่ละเลยที่จะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อความมั่นคงทางอาหารและพลังงานของประเทศ อย่างไรก็ดี เป้าหมายและแนวทางการพัฒนาต่างๆ ข้างต้น จะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ที่ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของการศึกษาของชาติเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันในการจะทำให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21

             การพัฒนาการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ที่เน้นการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับคนทุกช่วงวัย ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะสามารถทำให้ความฝันของเด็กไทยและความฝันของประเทศไทยที่จะเป็นประเทศในโลกที่หนึ่งเป็นจริงได้อย่างแน่นอน

รายการอ้างอิง
             ๑. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (๒๕๖๐). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙. กรุงเทพฯ
             ๒. Futurism. Here’s What Elon Musk Thinks About Brain Implants, AI, and Basic Income. Retrieved from https://futurism.com/4-elon-musk-talks-tesla-ai-and-more-in-dubai/ Accessed on 15 March 2017.
             ๓. TED. The Mind behind Tesla, SpaceX, SolarCity….Retrieved from https://www.ted.com/talks/elon_musk_the_mind_behind_tesla_spacex_solarcity. Accessed on 15 March 2017.

 

Back Page