วันนี้ (วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐) คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) จัดประชุมครั้งที่ ๒๑ ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานการประชุม มี ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา และ นายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 


 

         การประชุมครั้งนี้มีการพิจารณาข้อเสนอจากการถอดบทเรียนของ MC Kinsey เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาไทย แนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษากับองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ และได้มีการแถลงข่าวเปิดร่างแรกกฎหมายกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา


 

         ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า กอปศ. ได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ให้ราษฎรที่ด้อยโอกาสไม่ได้รับการศึกษาในโรงเรียนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันในทุกระดับของการศึกษามาเป็นเครื่องนำทางในการยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.... ซึ่งบัดนี้พร้อมเผยแพร่แก่ประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอนของมาตรา ๗๗ แห่งรัฐธรรมนูญแล้ว โดยกอปศ. จะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาปรับแก้ร่างพรบ.กองทุนฯ อีกครั้งก่อนเสนอแก่คณะรัฐมนตรี


 

         ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานอนุกรรมการกองทุน กล่าวว่า ร่าง พรบ. กองทุนฯ นี้มุ่งหวังให้กองทุนฯ เป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ด้านการสร้างความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม รวมทั้งการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนไทยและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามที่เขียนวัตถุประสงค์ของกองทุนตามมาตรา ๕ และมาตรา ๘ โดยตั้งเป้าว่า ภายใน ๑๐ ปี กองทุนนี้ควรมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และวิสาหกิจเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การขจัดปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานราว ๙ แสนคน ให้หมดไปจากประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมความเสมอภาคของโอกาสในการศึกษาขั้นสูงของผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ออกจากกับดักรายได้ปานกลาง กลุ่มเป้าหมายสำคัญมี ๔ กลุ่มตามมาตรา ๑๓ ของร่างพระราชบัญญัติ คือ ๑) เด็กเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสตั้งแต่แรกเกิดจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒) เด็กเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ๓) ประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ทุกช่วงวัยที่ต้องการศึกษาต่อหรือพัฒนาทักษะอาชีพ และ ๔) ครูและอาจารย์ที่ขาดการสนับสนุน เพื่อเสริมสร้างคุณภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานกับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส จำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อปี และขอชวนให้ประชาชนทุกคนมาช่วยกันศึกษาร่างกฎหมายกองทุนฉบับนี้และให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้ที่เว็บไซต์ กอปศ. www.Thaedreform.org โดยตั้งเป้าว่าจะนำร่างกฎหมายเสนอแก่คณะรัฐมนตรีได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ทันประกาศใช้ในเดือนเมษายน ๒๕๖๑ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดกรอบเวลาเอาไว้


 
 
 

 

Back Page