วันนี้ (๒๐ เมษายน ๒๕๖๐) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เปิดตัวแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ อย่างเป็นทางการ โดยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิด และปาฐกถาพิเศษเรื่อง “แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ กับการขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ ๔.๐” นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวรายงาน และปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การปฏิรูปการศึกษา” ดร. กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา  ดร. สมศักดิ์  ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา นายชาญ ตันติธรรมถาวร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหาร ครู คณาจารย์ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และข้าราชการ สกศ. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

 

         พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนที่แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ จะประกาศใช้ตาม มติ ครม. กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดแผนให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการพัฒนาครู พัฒนาหลักสูตร การทำอย่างไรให้เด็กมีความสุขในการเรียน  มีการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งมาทำมาตลอดตั้งแต่ปี ๕๙ 

 
 
 
   


         ปี ๒๕๖๐ ถือเป็นปีสำคัญในการปฏิรูป เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพของคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยซึ่งเป็นวัยที่มีความสำคัญมาก เมื่อมีแผนหลักแล้ว ต้องมีการทำ Action Plan ตามมา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของหลายกระทรวง เป็นการทำงานที่บูรณาการทั้งในกระทรวงศึกษาธิการ และระหว่างกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เด็กแรกเกิด มีกระทรวงสาธารณะสุขดูแล  เมื่อเข้าสู่โรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการดูแล  เมื่อเข้าสู่วัยแรงงาน มีกระทรวงแรงงานดูแล เป็นต้น

 
   



         การจัดการศึกษามุ่งให้เด็กมีทักษะที่จำเป็นรองรับโลกในอนาคต มีคุณธรรมจริยธรรม การผลิตบัณฑิตตรงตามความต้องการของประเทศ  รอบรับไทยแลนด์ สี่จุดศูนย์  นาโนเทคโนโลยี  สังคมดิจิตอล ฯลฯ และสามารถก้าวพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วในที่สุด



         นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้เป็นการแถลงแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔ ซึ่งผ่านคณะรัฐมนตรีแล้ว แผนนี้เดินตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี  ท่านรองนายกรัฐมนตรีให้เกียรติมาเปิดและชี้ให้เห็นภาพใหญ่ของประเทศว่าจะเดินไปทิศทางใด

 
   
 
 


         การปฏิรูปการศึกษา มีการเสนอความคิดเห็น ตัวเลข ฐานข้อมูลหลากหลายแต่ Pisa ถือเป็นปรอทวัดอุณหภูมิการศึกษาที่นานาชาติยอมรับ  เป็นการวัดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การอ่านออกเขียนได้ ของเด็กอายุสิบห้า  เมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ประเทศที่ได้คะแนน pisa ดีแล้ว ไทยยังห่างกับสิงคโปร์มาก  ทั้งช่องว่างระหว่างเด็กที่ได้คะแนนมากที่สุดกับเด็กที่ได้คะแนนน้อยที่สุดในประเทศไทยเองยิ่งมีช่องว่างมากกว่า  เด็กไทยที่ได้คะแนน pisa มากสามารถเทียบเคียงหรือมากกว่าหลายประเทศ  การพัฒนาต้องยกระดับกลุ่มเด็กที่มีคะแนนน้อยให้ความสามารถมากขึ้นเพื่อลดช่องว่างจากการศึกษา


         นอกจากนี้สิ่งที่น่าศึกษา คือ ประเทศเวียดนามที่ใช้งบประมาณด้านการศึกษาไม่มาก แต่สามารถจัดการศึกษาได้มีผลสัมฤทธิ์ดี เนื่องจาก เด็กของประเทศเวียดนาม มีความสนใจต้องการเรียนรู้ตลอดเวลา  แม้แต่กลุ่มที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียน  ประเทศไทยจึงควรพัฒนาในประเด็นนี้ด้วย การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จึงต้องปฏิรูปให้ตรงจุด โดยมุ่งเน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ระบบการศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 


         ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษายังมีการจัดเสวนาเรื่อง “การขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ สู่การปฏิบัติ” โดย ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ดำเนินรายการโดย นายวารินทร์  สัจเดว 

 

         ดร กมล รอดคล้าย  กล่าวโดยสรุปว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๔ สู่การปฏิบัติ ภายใต้วิสัยทัศน์ คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ที่ ๖ การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา โดยมีเป้าหมายคือ ๑) การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ๒) ความเท่าเทียมทางการศึกษา ๓) คุณภาพการศึกษา ๔) ประสิทธิภาพ และ ๕) ตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายคือเด็กไทยที่มีคุณลักษณะ 3Rs X 8Cs สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 

 
 
 


           นอกจากนี้ ยังได้จัดนิทรรศการบริเวณรอบพื้นที่จัดงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด โรงเรียนสตรีวิทยา เรื่อง โรงเรียนดิจิทัล วิทยาลัยเทคนิคถลาง เรื่อง บำรุงอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง Talent Mobility และ โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลหนองลาน จังหวัดกาญจนบุรี เรื่อง โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลหนองลาน เพื่อสร้างความเข้าใจการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ ๒๐ ปี ภายใต้วิสัยทัศน์คนไทยทุกคนได้รับการศึกษา และเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ ๒๑ 

 

 
   
 

 




สามารถดาวน์โหลดเอกสารการบรรยาการได้ที่นี่
          - Education in THAILAND : Evidence-based Policy
            โดย นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
          - แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579
            โดย ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา

สามารถดูภาพบรรยากาศได้ที่

 

Back Page