สกศ.ประชุมคณะอนุกรรมการด้านระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑

 

     วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จัดประชุมคณะอนุกรรมการด้านระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย  ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมส่วนกลาง อาคาร ๒ ชั้น ๕ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีนายชาญวิทย์ ทระเทพ เป็นประธานการประชุม มีเรื่องเพื่อพิจารณา คือ เรื่องแนวทางการบูรณาการข้อมูลเด็กปฐมวัยตามข้อสั่งของนายกรัฐมนตรี 


     นายชาญวิทย์ ทระเทพ ประธานอนุกรรมการด้านระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย  กล่าวโดยสรุปว่า จากการประชุมปรึกษาหารือ เรื่อง การบูรณาการข้อมูลเด็กปฐมวัย เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ โดยมีพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น ได้มีข้อสั่งการให้สำรวจข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน เพื่อบูรณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และเร่งรัดแผนงานให้เร็วขึ้นเพื่อเชื่อมกับการทำ Big data ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบการดำเนินงานการบูรณาการข้อมูลเด็กปฐมวัย โดยมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นศูนย์รวมข้อมูลจากส่วนราชการต่างๆ สำหรับเด็กปฐมวัย และมอบหมายให้กระทรวงและหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านเด็กปฐมวัย ให้ความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่กับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ในการเชื่อมโยงกับการทำ Big data 


     ผศ.ดร.พิจิตรพงศ์ สุนทรพิพิธ กล่าวว่า มีการศึกษาข้อมูลของ ๕ กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ว่ามีการจัดเก็บข้อมูลและ ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์อย่างไร โดยแบ่งการดำเนินงานด้านระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติออกเป็น ๓ ระยะ ได้แก่ ระยะแรก เป็นการสำรวจและบูรณาการข้อมูลในหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ระยะที่สอง เป็นการพัฒนาส่วนขาดและสร้างระบบเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ และระยะที่สาม เป็นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเด็กปฐมวัยในอนาคตให้สามารถเผชิญหน้าแข่งขันและรับสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ทั้งนี้ข้อมูลเลข ๑๓ หลัก ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะเชื่อมโยงข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานได้จัดทำขึ้น ซึ่งจะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

     ทั้งนี้ที่ประชุมได้วางแผนการบูรณาการข้อมูลระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย โดยให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแจ้งเวียนข้อมูลให้ทุกหน่วยงานทราบถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลเบื้องต้นมาทำการวิเคราะห์ว่าข้อมูลที่มีอยู่ตอบโจทย์ตัวชี้วัดได้ครบถ้วนเพียงใด ให้ทุกหน่วยงานที่ทำระบบคำนึงถึงระบบเซอร์วิสและการลิ้งค์เก็ตเพื่อทำให้ข้อมูลเรื่องเด็กเป็นศูนย์กลางที่หน่วยงานอื่นๆ สามารถดึงข้อมูลไปใช้ได้