สกศ. จัดอบรมตัวบ่งชี้โอกาสทางการศึกษา เพิ่มทักษะข้าราชการเครือข่ายการวิจัยเข้มแข็ง

 
 

วันนี้ (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑) ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา (นางศิริพร ศิริพันธุ์) เป็นประธานการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนาตัวบ่งชี้โอกาสการได้รับการศึกษาของประชากรวัยเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมี ดร.วิเชียร เกตุสิงห์ ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) นายธเนตร สภานนท์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และนางจิรภิญญา สันนิภางกูร หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและแผนการศึกษา สำนักงานยุทธศาสตร์การศึกษา สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นวิทยากร พร้อมด้วย ข้าราชการจากสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา และสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา สกศ. เข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุมกลาง ชั้น ๕ อาคาร ๒ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 

 

การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๕ – ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ประกอบด้วยการบรรยายและฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการเขียนโครงการวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาตัวบ่งชี้ ฯ และเสริมสมรรถนะข้าราชการ สกศ. ให้ทราบถึงกระบวนการวิจัยนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนางานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา 

 

 

การบรรยายเรื่อง การจัดเก็บข้อมูลและการจัดทำรายงานสถิติ โดยผู้แทน สช. และ สำนักการศึกษา กทม. สรุปความว่า ขณะนี้ทั้งสองหน่วยงานได้ใช้ระบบสารสนเทศทางการศึกษาเป็นเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลจากสถานศึกษาในสังกัด แต่ยังไม่สามารถเก็บข้อมูลให้ครบถ้วนตามที่ต้องการเนื่องจากปัญหาหลายประการ เช่น ระบบอินเทอร์เน็ตพื้นฐานไม่สามารถให้บริการได้อย่างครอบคลุมทุกสถานศึกษา ระบบฐานข้อมูลการย้ายสถานศึกษาของนักเรียนไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้จำเป็นต้องอ้างอิงข้อมูลจากปีก่อนในการจัดทำสถิติทางการศึกษา 

 

 

ด้าน ดร.วิเชียร เกตุสิงห์ ที่ปรึกษา สกศ. กล่าวว่า สกศ. ในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจด้านการติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์โอกาสทางการศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่เนื่องจากข้อมูลนักเรียนรายอายุยังไม่สมบูรณ์ ทำให้การจัดทำรายงานดังกล่าวขาดความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เห็นว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเก็บข้อมูลโดยใช้ระบบสารสนเทศทางการศึกษาร่วมกัน และมีการประมวลผลแบบเวลาจริง (เรียลไทม์) จะช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ทำให้ได้ข้อมูลทันสมัย ครบถ้วน  อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐ หรือ บิ๊กดาต้า ทำให้ได้ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้ประโยชน์ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ