เมื่อวัน ที่ 5 กันยายน 2560 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมสัมมนา เรื่อง การบูรณาการการจัดการศึกษาในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และหาแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยมีนางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สกศ. เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาทุกระดับและสังกัด นักวิชาการด้านการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมประชุมกว่า 80 คน ณ โรงแรมโพธิ์วดลรีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดเชียงราย

 
 
 
 
 

 

             นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ กล่าวโดยสรุปว่า แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 มีจุดมุ่งหมายสำคัญให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21   ดังนั้นจึงต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้เด็กที่เพิ่งเกิดจนถึงผู้สูงอายุ ดำรงชีวิตอย่างมีความสุข บนความพอเพียง และเมื่อกล่าวถึงการศึกษาชายแดนกับการศึกษาในเมืองย่อมมีความแตกต่างกัน รัฐมีความพยายามให้เกิดความเท่าเทียม แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่  จะทำอย่างไรให้สามรถลดความเหลื่อมล้ำนั้นได้จะทำอย่างไรให้มีต้นทุนที่มีความเท่าเทียมตั้งแต่แรกเกิด ทำอย่างไรให้เด็กยังอยู่ในท้องถิ่นและอยู่อย่างมีความสุข จังหวัดเชียงรายถือเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์และมีต้นทุนทางวัฒนธรรม การสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมนั้น รัฐทำเองทั้งหมดไม่ได้ รัฐสนับสนุนส่วนหนึ่ง  ชุมชนสนับสนุนส่วนหนึ่ง การจัดประชุมวันนี้ จึงมุ่งระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการจัดการศึกษาสำหรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดเชียงราย เพื่อให้ได้แนวทางการจัดการศึกษาที่มีความเหมาะสม สอดคล้องบริบทและความต้องการของจังหวัดต่อไป    


 

            ศาสตราจารย์ ดร. สุวิไล เปรมศรีรัตน์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทุนทางสังคมวัฒนธรรมกับการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ”  กล่าวโดยสรุปว่าไทยมีพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ๑๐ เขต  มีความหลากหลายทั้งทางวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ ไทยอยู่กลางเอเชียอาคเนย์ เป็นโอกาสอย่างมาก แต่ก็ต้องคำนึงถึงปัญหาความเหลื่อมในหลายด้าน โดยเฉพาะการศึกษาที่ชายแดนมีโอกาสทางการศึกษาน้อยกว่าที่อื่นทำให้ผลสัมฤทธิทางการเรียนต่ำกว่าพื้นที่อื่น ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ไม่ได้มีเฉพาะทางภาคเหนือ ภาคอื่นก็มี ซึ่งสามารถแบ่งความสัมพันธ์เชิงเชื้อสายได้เป็น ๕ ตระกูลภาษา ๑) ตระกูลไท ๒) ตระกูลออสโตรเอเชียติก  เป็นกลุ่มเก่า เช่น มอญ เขมร ละว้า ฯลฯ ๓) ตระกูลจีน –ทิเบต ๔)   ตระกูลม้ง- เมี่ยน รวมถึง แม้ว เย้า  ๕) ตระกูลออสโตรเนเชียน  ซึ่งอยู่ทางใต้ ความหลากหลายของภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ แสดงถึงความหลากหลายของระบบคิด ภูมิปัญญา และระบบการให้คุณค่าดังนั้นการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ  จึงควรคำนึงถึงต้นทุนที่มีอยู่แล้ว เพื่อต่อยอดต้นทุนด้านชาติพันธุ์ ภาษา สังคม วัฒนธรรมซึ่งแต่ละพื้นที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก และเป็นต้นทุนที่สามารถใช้เป็นฐานของการศึกษาที่มั่นคงของประชากรไทยในเขตเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดีสำหรับภาษาที่ควรเรียนรู้ ควรรู้ภาษาท้องถิ่น ภาษาประจำชาติก่อนเพื่อความแข็งแกร่งในการอ่านออกเขียนได้  แล้วจึงเรียนภาษานานาชาติ คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาเศรษฐกิจ  เช่น จีน มาเลย์ เขมร เวียดนาม พม่า ฮินดี โดยเรียนรู้เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้มีความมั่นคงในอัตลักษณ์ รู้ว่าตนเองเป็นใคร  มีฐานการศึกษาที่แข็งแกร่ง ก็จะสามารถคิดวิเคราะห์เพื่อเลือกสรร ต่อรองและร่วมมือ รวมถึงแลกเปลี่ยนนวัตกรรมในความต่างได้ 


หลังจากนั้นมีการอภิปรายเรื่อง “การบูรณาการการจัดการศึกษาในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ” โดย นายพละวัต ตันศิริ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย  ดร. สมจิต สมอ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน สพป. เชียงราย เขต ๑  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นาวิน พรมใจสา ผู้ช่วยคณบดีสำนักวิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และศาสตราจารย์ ดร สุวิไล เปรมศรีรัตน์  สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล  ดำเนินรายการโดย นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ 

 

            นายพละวัต ตันศิริ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวโดยสรุปว่า  โลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อพิจารณาจากประเทศเพื่อนบ้านในแต่ละประเทศก็มีการขับเคลื่อนพัฒนาในรูปแบบของตนอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ในด้านการศึกษานั้น คิดว่าสิ่งสำคัญคือ ต้องมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่าศึกษาเพื่ออะไร วัตถุประสงค์สุดท้ายต้องการอะไร  และทบทวนว่าการศึกษาขณะนี้กำลังดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ถ้าสิ่งใดยังไม่ใช่ มีวิธีใดบ้างที่จะไปให้ถึง  เช่น ในอีก ๒๐ ปี เราต้องการให้จังหวัดเชียงรายเป็นอย่างไร จากบริบทของจังหวัด สิ่งที่เหมาะสม ได้แก่ เป็นครัวของภูมิภาค เป็นเมืองบริการ  ควรมีการแปรรูปเกษตร ทั้งเพื่อให้เป็นอาหาร เครื่องสำอาง ฯลฯ สิ่งต้องคำนึงต่อคือ เมื่อตั้งเป้าเช่นนี้ ต้องคิดว่ามีคนสอนในเรื่องเหล่านี้แล้วหรือไม่  มีคนสนใจเรียนไหม มีโรงงานที่ใช้ทดลองทดสอบไหม และมีผู้ประกอบการหรือไม่ การคิดต้องคิดทั้งระบบ เป็นกระบวนการ การส่งเสริมก็ต้องส่งเสริมทั้งระบบ จึงจะเกิดการดำเนินการที่เป็นจริงได้  นอกจากด้านการเกษตรแล้ว ปัจจุบันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เชียงรายถืออยู่ในชัยภูมิที่มีความเข็มแข็ง จึงควรสนับสนุนให้ผู้สนใจมาพัฒนาเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงเรื่องการบริการด้านการแพทย์ และเรื่องการขนส่งให้มากขึ้น โดยให้คิดให้พัฒนาทั้งกระบวนการดังที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น และควรดำเนินการตามแผนให้จริงจังและไม่ควรใช้ระยะเวลาเนินนานจนอาจจะสายเกินกาล สิ่งที่หนึ่งที่ต่างประเทศบางประเทศพัฒนาได้เร็วกว่าไทยเพราะทำตามแผนอย่างจริงจังและสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว ทันเวลา


 

            ดร. สมจิต สมอ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน สพป. เชียงราย เขต ๑ กล่าวโดยสรุปว่า เมื่อมีนโยบายให้เชียงรายมีพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้มีการทำแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัด  กำหนดเป้าหมายในการจัดการศึกษาว่าจัดสำหรับใคร โดยให้ครอบคลุมตั้งแต่แรกเกิดถึงอุดมศึกษา วัยทำงาน  วัยผู้สูงอายุ รวมทั้งมีการจัดการศึกษาเพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขัน มีการกำหนด Road Map ๓ ระยะ โดยมีการเตรียมคนเข้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งเรื่องการศึกษาในระบบ นอกระบบ มีกระบวนการบริหารจัดการพื้นที่ ประสานการท่องเที่ยว  และพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วม โดยเน้นสื่อสารให้เข้าใจตรงกันทั้งหน่วยนโยบายและปฏิบัติ 


 

              ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นาวิน พรมใจสา ผู้ช่วยคณบดีสำนักวิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย  กล่าวโดยสรุปว่า การดำเนินการพัฒนาการศึกษาปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจะเน้นการวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น มีการสร้างเครือข่ายและบูรณาการการทำงานทุกมิติในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สำหรับแนวทางในการพัฒนาการมีส่วนร่วมโดยเฉพาะในเขตพัฒนาเศรษฐกิจ จะมีใช้การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาตามบริบทของพื้นที่  ส่งเสริมและเตรียมความพร้อมของเยาวชนและประชาชน  พัฒนาทักษะของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ SME มีการบูรณาการจัดการศึกษากับโรงเรียนขั้นพื้นฐาน  มีศูนย์การศึกษาทางเลือก รวมถึงส่งเสริมเอกลักษณ์ความเป็นล้านนา สร้างความรู้ เข้าใจ เพื่อให้เกิดความภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนและไม่ถูกกลืนทางวัฒนธรรม


 
 
 

             ศาสตราจารย์ ดร สุวิไล เปรมศรีรัตน์  สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวโดยสรุปว่า ปัจจุบันเหมือนมีสองโลก โลกเก่ากับโลกใหม่ที่กำลังเข้ามาทับซ้อนโลกเก่าของเรา โลกเก่าคือความรู้พื้นฐานท้องถิ่น ภาษาของเรา เราต้องปรับตัว บางคนสามารถศึกษาเรียนรู้ไปสู่โลกใหม่ได้ แต่บางคนก็ไม่สามารถปรับตัวได้ ทั้งบางคนยังไม่เห็นความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อปรับตัวไม่ได้ก็เคว้ง ความสามารถในโลกใหม่ก็ไม่มี ความสามารถในโลกเก่าก็ไม่รู้ ดังนั้นการศึกษาจึงควรให้ความสำคัญจากเรื่องของท้องถิ่นที่เป็นรากวัฒนธรรมก่อน  เพื่อสร้างให้เกิดความมั่นคงเข้มแข็งในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม ภาษา ถ้าฐานมั่นคงก็สามารถพัฒนาไปสู่เรื่องอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะภาษา ต้องพัฒนาเป็นลำดับขั้นตอน ภาษาถิ่น ภาษาไทยต้องมั่นคง  ภาษาอื่น ๆ ที่ตามมาก็จะมั่นคง  ภาษาถือเป็นพื้นฐานเพราะภาษาเป็นเครื่องมือสำหรับทุกอย่าง

 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

                 ในภาคบ่ายมีการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ดร.มิรินดา  บูรรุ่งโรจน์ และคณะวิจัย สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมแอชีย มหาวิทยาลัยมหิดล  และที่ประชุมร่วมกันแลกเปลี่ยนระดมความคิดเห็น

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Back Page