สรุปประเด็นการสนทนารายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนา สถานีวิทยุศึกษา FM 92 MHz และ AM 1161 KHz ประเด็นเรื่อง ความก้าวหน้าการดำเนินงานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา วันศุกร์ที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๓๐ – ๐๘.๔๕ น. โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส  สุวรรณเวลา ประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

ประเด็นสนทนา

ผู้ดำเนินรายการ  :     รายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนา ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส  สุวรรณเวลา ประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ร่วมพูดคุยในประเด็น “ความก้าวหน้าการดำเนินงานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา” ก่อนอื่นขอเรียนถามเกี่ยวกับความเป็นมา บทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
       
ศ. กิตติคุณ นายแพทย์จรัส :     ประเทศไทยมีปัญหาหลายด้าน ด้านหนึ่งคือด้านการศึกษา จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาขึ้นเพื่อเป็นจุดนำของการเปลี่ยนแปลง โดยมี คสช. สนช. สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ จากนั้นจะมีการนำไปสู่สภานิติบัญญัติ และออกเป็นรัฐธรรมนูญในการดำเนินงานต่อไป
       
      รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการปฏิรูปการศึกษา รวมถึงการเสนอให้มีกฎหมายในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิรูป เช่น ด้านเด็กเล็ก ด้านครูและอาจารย์ ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ด้านกองทุน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลน และลดความเหลื่อมล้ำกับการพัฒนาครู
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาตั้งขึ้นมาพร้อมกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
       
ศ. กิตติคุณ นายแพทย์จรัส :      คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาตั้งเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     การปฏิรูปทางด้านการศึกษาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง
       
ศ. กิตติคุณ นายแพทย์จรัส :      ข้อกำหนดในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษามีวาระ ๒ ปี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ขณะนี้มีการเร่งดำเนินการ ในระยะแรก ศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในสิ่งที่ผ่านมา จากสภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป และการนำข้อเสนอแนะไปสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่องนี้เป็นด้านหนึ่งที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษานำมาศึกษา อีกส่วนหนึ่งคือประเด็นแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ยกร่าง สอดคล้องกับแผน ๒๐ ปีของประเทศ มีผลงานวิจัยและผลการศึกษาต่าง ๆ รวมทั้งประสบการณ์ในการดำเนินการด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษาทางไกลเป็นการเพิ่มโอกาสในการแก้ปัญหา ฯลฯ
       
      คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการ ๖ ด้าน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการ และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ได้แก่ ๑) คณะอนุกรรมการเด็กเล็ก ๒) คณะอนุกรรมการกองทุน ๓) คณะอนุกรรมการครูและอาจารย์ ๔) คณะอนุกรรมการจัดการเรียนการสอน ๕) คณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และ ๖) คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารสังคม
 การดำเนินการหลายอย่างต้องการให้เสร็จภายใน ๑ ปี และในปีที่ ๒ เป็นการขับเคลื่อน สำหรับประเด็นกองทุน มีกำหนดให้เสร็จภายใน ๑ ปี ดังนั้นระยะเวลาของการดำเนินงานดังกล่าวค่อนข้างจำกัด
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษามีการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือชี้แนะในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาอย่างไร
       
ศ. กิตติคุณ นายแพทย์จรัส :     เรื่องนี้เป็นมาตรการอย่างหนึ่งที่คิดว่า ไม่ใช่เพียงแค่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ทุกภาคส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมในการดำเนินการปฏิรูปให้สำเร็จ ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลไปยังประชาชน และมีช่องทางให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้จะระดมความคิดเห็นทางด้านการศึกษาประเด็นต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยจัดทำการเสวนา/ประชุม/พิจารณาทางด้านวิชาการในประเด็นปัญหาการปฏิรูป ทำให้เห็นถึงปัจจัยที่ทำให้การปฏิรูปไม่สำเร็จ การรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน/นักศึกษา เพราะการปฏิรูปเป็นผลกระทบต่อเยาวชนที่จะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ดังนั้นจึงควรรับฟังมุมมองและความคิดเห็นของนักเรียน/นักศึกษา ฯลฯ
       
      นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารสังคมยินดีรับฟังความคิดเห็นจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะไปดูสภาพความเป็นจริง เช่น ในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ จะไปดอยอ่างขาง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นว่า ความต้องการที่แท้จริงเป็นอย่างไร
       
 ผู้ดำเนินรายการ  :      ฟังดูแล้วคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาจะต้องทำงานอย่างเร่งรีบพอสมควร เพราะระยะเวลามีเพียง ๒ ปีเท่านั้น
       
ศ. กิตติคุณ นายแพทย์จรัส :     ปัญหาที่พบมีมากมาย คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาพยายามสรุปสภาพปัญหา ปัญหาอย่างหนึ่งที่ค้นพบ คือ ปัญหาคุณภาพการศึกษา ซึ่งในบางส่วนดีพอสมควร สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ แต่ส่วนใหญ่คุณภาพการศึกษายังต่ำกว่าที่พึงประสงค์ ปัญหาที่เกี่ยวข้องในเรื่องคุณภาพการศึกษาคือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จะเห็นได้ว่า โอกาสของคนที่ได้รับการศึกษายังน้อย และคุณภาพไม่เท่ากัน ในเรื่องประสิทธิภาพและประสิทธิผล เมื่อพิจารณาที่การใช้จ่ายทางการศึกษาของประเทศไทย งบประมาณด้านการศึกษามีจำนวนมาก ควรทำให้เกิดผลที่ดี มีคุณภาพ และลดความเหลื่อมล้ำได้ นอกจากนั้นยังเห็นได้ชัดว่า ประเทศไทยมีความหลากหลาย คนที่อยู่ห่างไกลมีฐานะแตกต่างกัน ทั้งดีและยากจน ความเหลื่อมล้ำจึงมีปัญหาที่ผู้เรียนมีความแตกต่างกัน อาจมีผู้มีสภาพด้อยทางด้านร่างกายและปัญญา ขณะเดียวกันมีผู้ที่มีความสามารถพิเศษด้านปัญญา ความหลากหลายต่าง ๆ ทำให้การปฏิรูปไม่ใช้เพียงแค่คำตอบเดียวในการแก้ปัญหา จึงจำเป็นต้องใช้หลาย ๆ วิธีในการแก้ไขปัญหาให้เหมาะกับแต่ละเรื่อง
       
       
      จากคำกล่าวข้างต้น ทำให้เห็นชัดว่า จำเป็นต้องพิจารณาให้มากในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเด็นเด็กเล็ก เป็นปัญหาที่สำคัญมาก การสร้างความเจริญของประเทศได้มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความดีของเด็กเล็ก ปัญหาเด็กเล็กมีตั้งแต่ในครรภ์มารดา เป็นเรื่องของสุขภาพ โภชนาการ/อาหาร เมื่อเด็กอายุ ๒ – ๔ ขวบ การดูแลที่บ้านโดยครอบครัว สังคมมีความหลากหลาย บางครอบครัวดูแลเด็กได้ดี แต่มีหลายครอบครัวยังมีปัญหา เช่น ในชนบท พ่อแม่จะออกไปทำงานที่อื่น ลูกอยู่กับปู่ย่าตายาย การดูแลจะทำอย่างไร องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะต้องเข้ามามีส่วนร่วม เมื่ออายุเพิ่มขึ้นจะมีโรงเรียนอนุบาล เราจึงต้องมาพิจารณาที่การกระจาย และคุณภาพของโรงเรียนอนุบาล ครูของโรงเรียนอนุบาลควรเป็นอย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องมีการพัฒนา
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     ฟังดูแล้วปัญหามีมาก คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษามีการตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ว่า จะแก้ไขเรื่องใดก่อน หรือมีความคาดหวังที่จะเปลี่ยนแปลงการศึกษาจะเป็นไปในทิศทางใดเป็นอันดับแรก
       
ศ. กิตติคุณ นายแพทย์จรัส :      เห็นได้ชัดว่าในประวัติศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ มีความพยายามที่จะปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากมาย เมื่อ ๑๘ ปีผ่านไปมีการปฏิรูป หมายความว่า การปฏิรูปครั้งที่แล้วยังไม่สำเร็จเต็มที่ เมื่อเป็นแบบนี้เกิดคำถามว่า อีก ๑๐ ปีข้างหน้าจะเกิดการปฏิรูปการศึกษาอีกหรือไม่ การศึกษาที่จะมีในอนาคตจะเป็นสิ่งที่ประชาชนพึงพอใจหรือไม่ เป้าหมายเป็นสิ่งที่ใหญ่และสำคัญมาก ถ้าปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ไม่สำเร็จ ประเทศไทยจะเสียหาย เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องแข่งขันกับประเทศอื่น  เราจึงควรต้องสร้างความเจริญให้กับประเทศของเรา สร้างความสุขสมบูรณ์ให้กับประเทศ ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ สิ่งเหล่านี้เป็นภาระที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาตระหนักว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และยาก จากการประชุมในหลายครั้งที่ผ่านมาพบว่า คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และพร้อมที่จะดำเนินการ กรรมการต่าง ๆ ประกอบด้วย บุคคลที่มาจากส่วนต่าง ๆ หลากหลาย และมีประสบการณ์ สังเกตได้ว่ากรรมการทุกคนมีความหวังว่า ในครั้งนี้จะให้การปฏิรูปการศึกษาสำเร็จให้ได้ เรื่องนี้จะสมดังหวังหรือไม่อย่างไรต้องคอยดูกันต่อไป
       
ผู้ดำเนินรายการ  :      ในฐานะที่ท่านเป็นประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา อยากจะฝากอะไรไปถึงผู้รับฟังรายการรอบรั้วเสมา
       
ศ. กิตติคุณ นายแพทย์จรัส :      ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักว่า การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างมาก ต้องปฏิรูปทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ดังนั้น ประชาชน และหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง รวมทั้งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชน จะต้องมีส่วนร่วม ช่วยกันชี้แนะในเรื่องการสร้างตระหนักความจำเป็นในเรื่องนี้ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเท่านั้น สำหรับบุคคลที่อยู่ในระบบ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการจะมีบทบาท และเป็นตัวจักรสำคัญในการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน ร่วมมือกันเพื่อดำเนินการไปในทิศทางที่ดี จะทำให้เกิดประโยชน์ได้มาก รวมทั้งควรรวมพลังกันเพื่อทำได้ถึงเป้าหมายเดียวกัน
       
ผู้ดำเนินรายการ   :     วันนี้ขอขอบพระคุณศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส  สุวรรณเวลา ประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้

  
 
  

 

Back Page