สรุปประเด็นการสนทนารายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนา สถานีวิทยุศึกษา FM 92 MHz และ AM 1161 KHz ประเด็นเรื่อง คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา วันศุกร์ที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๓๐ – ๐๘.๔๕ น. โดย ดร. สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา

ผู้ดำเนินรายการ :     รายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนา ในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร. สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์  รองเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมสนทนาประเด็น “คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา” ใคร่ขอเรียนถามท่านรองเลขาธิการสภาการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมา องค์ประกอบ ภารกิจ/บทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาคืออะไร
       
รองเลขาธิการสภาการศึกษา :     ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติ แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนด  จำนวน ๒๕ ราย โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานกรรมการ และกรรมการ ๒๔ ราย จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งแผนการศึกษาแห่งชาติได้ระบุไว้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นฝ่ายเลขานุการของกรรมการชุดนี้
       
      คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา จัดประชุมไปแล้ว ๒ ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ ๑ จัดเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๐ โดยจัดประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษศิลป์) ครั้งที่ ๒ จัดเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ โดยมีการมอบหมายงาน ทั้งนี้หน้าที่หลักของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
       
      คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ประกอบด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความคิด ประสบการณ์ มีผลงานมากมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยมีภารกิจดังนี้ ๑) ศึกษาและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดนโยบาย แนวทางและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย  ๒) ศึกษาและเสนอแนะกลไก และระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ปกรอบวิชาชีพครู และอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรม ในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู  ๓) ศึกษาและเสนอแนะแนวทาง หลักเกณฑ์และวิธีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ เพื่อให้ผู้เรียนๆ ได้ตามความถนัด  ๔) ศึกษาและเสนอแนะแนวทาง หลักเกณฑ์และวิธีการปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่  และ ๕) ร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการจัดการศึกษา เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพ และประสิทธิภาพครู ทั้งนี้ คณะกรรมการอิสระฯ มีวาระ ๒ ปีเว้นแต่คณะรัฐจะมีมติเปลี่ยนแปลง
       
ผู้ดำเนินรายการ  :      ฟังดูแล้วเป็นการร่างโครงสร้างใหม่ทางการศึกษาของชาติ
       
รองเลขาธิการสภาการศึกษา :     โครงสร้างเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะตอบสนองโจทย์ที่ว่า ถ้าจะจัดการเรียนการสอนที่จะพัฒนาคุณภาพผู้เรียน หมายความว่า จัดการเรียนการสอนดังกล่าวแล้วจะต้องตอบสนองคุณภาพผู้เรียนเป็นหลัก
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     เท่ากับว่าคณะกรรมการชุดนี้เกือบจะมีอำนาจเต็มที่ในการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ รวมถึงการออกกฎหมายให้ปฏิบัติ คนที่จะรับรองหรือให้ผ่านข้อเสนอนี้จะเป็นใคร
       
รองเลขาธิการสภาการศึกษา :     คณะกรรมการชุดนี้จะมีอิสระในการคิด โดยจะเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ไปที่รัฐบาลพิจารณา ถ้าเป็นเรื่องกฎหมายจะนำไปสู่กระบวนการนิติบัญญัติ เรื่องโครงสร้างหรือแนวทางต่าง ๆ เพื่อการกำหนดเป็นนโยบาย ทั้งนี้ข้อเสนอต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม สามารถนำมาปฏิบัติได้
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     สิ่งที่เป็นประโยชน์ หรือเป็นผลการเปลี่ยนแปลงทางด้านการศึกษา จะเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อใด
       
รองเลขาธิการสภาการศึกษา :     คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษามีวาระ ๒ ปี ดังนั้น ใน ๑ ปีจะต้องมีกฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนผู้ที่ยากไร้หรือขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของครู โดยจะส่งผลให้ระบบการพัฒนาครู/การอุดหนุนการจัดการศึกษา/การให้ทุนการศึกษาที่มีกองทุน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่ง ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส  สุวรรณเวลา เป็นประธานกรรมการฯ เน้นย้ำว่า  ความเหลื่อมล้ำเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการแก้ไข ประเด็นรองลงมาคือ การพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษา ทั้งคุณภาพของหน่วยงาน ๆ และคุณภาพของผู้เรียน ทั้งนี้คณะกรรมการมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าคุณภาพจะต้องเริ่มต้นที่ห้องเรียน อะไรที่จะส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในห้องเรียน ให้เกิดคุณภาพ ผู้เรียนได้เรียนตามความถนัด จะต้องมีกลไก ดังนั้นโครงสร้างต่าง ๆ หรือกฎหมายต่าง ๆ จะต้องสนับสนุนในส่วนนี้
       
      นอกจากนี้ ประธานให้นโยบายในที่ประชุมว่า ในขั้นแรกจะเริ่มต้นพิจารณาที่สภาวการณ์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหา การดำเนินการในปัจจุบัน และจุดด้อยที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจึงนำมากำหนดแนวโน้มและทิศทางในอนาคตว่า จะครอบคลุมภารกิจทั้ง ๕ ประเด็นที่กล่าวถึงข้างต้น 
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ พอมาพิจารณาจะพบปัญหาเดิม สิ่งที่จัดการยากที่สุดคือ การรื้อระบบเดิมเพื่อสร้างระบบใหม่ ซึ่งเป็นการสร้างระบบใหม่ขึ้นมาให้คู่ขนานกับ ระบบเก่าที่ดำเนินการอยู่ ระบบใหม่ที่ดำเนินการไป การดำเนินการในลักษณะอย่างนี้จะมีอยู่หรือไม่
       
รองเลขาธิการสภาการศึกษา :     การดำเนินงานในรูปแบบใหม่ เนื่องจากว่ากรรมการนี้เกิดขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในการปฏิรูปประเทศคือ ด้านการศึกษา ทั้งนี้ คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาจะเป็นผู้รับผิดชอบ ดังนั้น การรื้อหรือการเปลี่ยนจะต้องให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ คุณภาพของประชาชนคนไทย ซึ่งจะเกิดขึ้นในชั้นเรียน/โรงเรียนได้จะต้องมีอะไรมารองรับ จะไม่มุ่งไปที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นหลัก เพราะกระทรวงศึกษาธิการเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะเข้าไปขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในห้องเรียน มีหน่วยงานและกระทรวงต่าง ๆ ที่ร่วมกันจัดการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาปฐมวัยเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง และวัยที่จะต้องบ่มเพาะ พัฒนาคุณภาพของผู้เรียนตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อมีเป้าหมายแบบนี้แล้ว กลไกที่จะดำเนินการต่อไปจะต้องทำให้สอดคล้องกัน
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้จัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการศึกษาของชาติ ประเด็นใดที่ต้องดำเนินการก่อน
       
รองเลขาธิการสภาการศึกษา :      ประเด็นที่ต้องดำเนินการก่อนคือ การจัดตั้งกองทุน ได้กำหนดไว้ว่า ภายใน ๑ ปี ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ซึ่งการจัดตั้งกองทุนถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากกองทุนจะมีวัตถุประสงค์สำคัญ ๒ ประการ คือ ๑) ใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำ ๒) เสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู สิ่งเหล่านี้เป็นการรื้อระบบทรัพยากรทางการศึกษาครั้งใหญ่ ถ้ามีกองทุนนี้เกิดขึ้น กองทุนจะช่วยสนับสนุน ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่สามารถเรียนต่อได้ ทั้งนี้มองว่า ปัจจัยความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ จะให้ความสำคัญกับครู เนื่องจากครูมีส่วนทำให้การศึกษามีคุณภาพ ในรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ว่า จะต้องมีกองทุนเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพครู
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นพื้นฐานที่จะทำให้การศึกษาได้พัฒนาอย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น และภารกิจต่าง ๆ ก็จะทยอยที่จะบริหารจัดการไปตามลำดับต่อไป
       
รองเลขาธิการสภาการศึกษา :     ประเด็นการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่ยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พระราชบัญญัติสภาครู ระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้น เป็นชุดของการปฏิรูปโดยใช้กฎหมายเป็นตัวนำ เช่น ข้อเสนอต่าง ๆ หรือ สกศ. ได้มีการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติกองทุนไว้แล้ว จะนำมาสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ กรรมการชุดนี้ จะมีหน้าที่ในการตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนกฎหมาย หรือแนวทางที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     สุดท้ายนี้ขอให้ท่านรองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร. สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์) ฝากอะไรถึงผู้รับฟังรายการ
       
รองเลขาธิการสภาการศึกษา :     เนื่องจากในวันอาทิตย์ที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๘.๐๐ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังสระปทุมไปยังหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อเป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณ เจ้าพระยาเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) อดีตเสนาบดีกระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งประชาชาติ (UNESCO) ในโอกาสครบรอง ๑๕๐ ปีชาตกาล โดยมีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ สมาชิกราชกุลมาลากุล ทายาทเจ้าพระยาเสด็จสุเรนทราธิบดี ผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จฯ โดยมีสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นเจ้าภาพหลัก
       
      นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเร่งดำเนินการจัดคณะทำงานลงพื้นที่เดินสายชี้แจงแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ใน ๔ ภูมิภาค ระหว่างเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน ๒๕๖๐ เริ่มที่ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ภาคกลางที่จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดมหาสารคาม ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๐ และภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย ในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๐ ตามลำดับ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางขับเคลื่อนแผนการศึกษาห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ จากทุกภาคส่วนทั่วประเทศ เพื่อให้หน่วยงานทางการศึกษาและที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติและประยุกต์ใช้ให้บรรลุผลในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ขอเชิญชวนทุกท่านที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติ และการปฏิรูปการศึกษา สามารถเข้ามาร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้
       
ผู้ดำเนินรายการ  :     ในวันนี้ขอขอบพระคุณ ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ที่นำเรื่องราวที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษามาฝากผู้ฟังรายการในครั้งนี้ วันนี้ขอขอบพระคุณและสวัสดีค่ะ
       
      ................................................................................
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       

Back Page