สรุปประเด็นการสนทนารายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนา สถานีวิทยุศึกษา FM 92 MHz และ AM 1161 KHz ประเด็นเรื่อง ความก้าวหน้าการดำเนินการจัดทำ ร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย วันศุกร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๔๐ – ๐๘.๕๕ น. โดย นางสาวสมรัชนีกร อ่องเอิบ  ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

ประเด็นสนทนา

 

ผู้ดำเนินรายการ  :      รายการรอบรั้วเสมา ช่วงผู้บริหารสนทนาในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณสมรัชนีกร  อ่องเอิบ  ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สนทนาในประเด็น “ความก้าวหน้าการดำเนินการจัดทำ ร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย” ก่อนอื่นขอเรียนถามถึงความเป็นมาของการจัดทำ ร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย
       
ผอ. สมรัชนีกร   :      เด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญเพราะสมองของเด็กจะพัฒนาตั้งแต่ในท้องของพ่อแม่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะที่เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมอบหมายให้ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในการดำเนินการมีคณะอนุกรรมการ ๓ คณะ ได้แก่ ๑) อนุกรรมการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย โดยมี รองศาสตราจารย์ นิตยา คชภักดี เป็นประธาน ๒) อนุกรรมการด้านระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย โดยมี นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ เป็นประธาน และ ๓) อนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์และติดตามผลการดำเนินงาน โดยมี นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ เป็นประธาน ทั้งนี้ อนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์และติดตามผลการดำเนินงาน ได้ดำเนินการจัดทำร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ขึ้น
       
ผู้ดำเนินรายการ :     การแบ่งช่วงวัยของเด็กเป็นอย่างไร
       
ผอ. สมรัชนีกร   :     ในที่นี้หมายถึงเมื่อมีการปฏิสนธิในท้องแม่ถือว่าเป็นเด็กปฐมวัยเมื่อเด็กเกิดการปฏิสนธิในท้องแม่จะเริ่มเรียนรู้ มีพัฒนาการเกิดขึ้น เด็กปฐมวัยจะดูตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนกระทั่งก่อนเข้าประถมศึกษาปีที่ ๑ หรือตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนกระทั่ง ๕ ปี ๑๑ เดือน ๒๙ วัน ก่อน ๖ ขวบ
       
ผู้ดำเนินรายการ :     ในการพัฒนาหรือการดูแลเด็กปฐมวัยจะต้องดูแลตั้งแต่คุณแม่หรือไม่
       
ผอ. สมรัชนีกร   :     ใช่ค่ะ เรื่องการร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ มีสาระสำคัญที่ครอบคลุมไปถึงพ่อแม่ด้วย ซึ่งเป็นการดำเนินงานของอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์และติดตามผลการดำเนินงาน โดยมี นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ เป็นประธาน และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นฝ่ายเลขานุการ มีการระดมความคิดจากผู้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ๔ กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ และภาคเอกชน เพื่อยก ร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔
       
      วิสัยทัศน์ ของ ร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ คือ เด็กปฐมวัยทุกคนต้องได้รับการพัฒนาให้เต็มศักยภาพ พัฒนาการด้านร่างกาย และความแข็งแรงของร่างกาย พลานามัย สุขภาพอนามัย สติปัญญา อารมณ์ เศรษฐกิจ สังคม จริยศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ รวมทั้งการคิดริเริ่มโดยปราศจากการกระทำด้วยความรุนแรงในทุกรูปแบบ และในกระบวนการทั้งหมดนี้เด็กต้องพัฒนาและเรียนรู้ อย่างมีความสุข โดยการปฏิบัติต่อเด็กทั้งปวงอาศัยหลักศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ การเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้องกับเด็ก และทั้งปวงเพื่อประโยชน์สูงสุดเพื่อเด็กเป็นสำคัญ
       
      ร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ประกอบด้วย ๗ ยุทธศาสตร์ ได้แก่
       
     

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การจัดและการให้เด็กเข้าถึงบริการที่พัฒนาเด็กปฐมวัย มีเป้าประสงค์ ได้แก่ ๑) หญิงตั้งครรภ์ได้รับการบริการก่อนและหลังคลอดอย่างเท่าเทียม ๒) เด็กปฐมวัยทุกคน เข้าถึงบริการด้านสุขภาพ และการศึกษา และ ๓) เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษทุกคน และเด็กด้อยโอกาสทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียมกัน

ยุทธศาสตร์ที่ ๒  การพัฒนาการเป็นพ่อเป็นแม่ การอบรมเลี้ยงดู และบทบาทของครอบครัว มีเป้าประสงค์ ได้แก่ ๑) พ่อแม่ ผู้ปกครองเด็กทุกคนได้รับการพัฒนาความรู้และมีศักยภาพในการเลี้ยงดู ดูแลเด็กปฐมวัย และ ๒) พ่อแม่ ผู้ปกครองเด็กทุกคนมีทักษะใหม่ ๆ เพื่อทำกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการและการเรียนรู้

ยุทธศาสตร์ที่ ๓  การพัฒนาคุณภาพการให้บริการที่พัฒนาเด็กปฐมวัย มีเป้าประสงค์ ได้แก่ ๑) เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการดูแล พัฒนารอบด้านตามมาตรฐานชาติสำหรับการดูแล พัฒนาเด็กปฐมวัย ๒) เด็กปฐมวัยได้รับบริการสุขภาพ การประเมินและส่งเสริมพัฒนาการตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็กของกระทรวงสาธารณสุข ๓) เด็กปฐมวัยได้รับประสบการณ์เรียนรู้ที่มีคุณภาพทุกรูปแบบเต็มตามศักยภาพ และมีความพร้อมที่จะเรียนในระดับประถมศึกษา ๔) เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้จากสื่อและเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ๕) บุคลากรสาธารณสุขได้รับการพัฒนาศักยภาพและตอบสนองความต้องการของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๖) บุคลากรและผู้ประกอบวิชาชีพด้านการศึกษาปฐมวัยได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิภาพ และ ๗) บุคลากรทางด้านสังคมได้รับการพัฒนาศักยภาพในการคุ้มครองและพัฒนาเด็กปฐมวัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยุทธศาสตร์ที่ ๔  การจัดระบบข้อมูลและตัวชี้วัด มีเป้าประสงค์ คือ ระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการวางแผน การบริหารจัดการ การดำเนินการ การติดตาม ประเมินผล มีความถูกต้อง ครอบคลุม และเป็นปัจจุบัน

ยุทธศาสตร์ที่ ๕  การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย และการดำเนินการตามกฎหมาย มีเป้าประสงค์ ได้แก่ ๑) ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบเพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับประโยชน์ตามสิทธิพื้นฐาน และ ๒) การจัดการศึกษาปฐมวัยมีคุณภาพและเป็นไปตามพระราชบัญญัติเด็กปฐมวัยแห่งชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ ๖  การศึกษา การวิจัยและการเพิ่มองค์ความรู้ ที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการเผยแพร่องค์ความรู้ มีเป้าประสงค์ ได้แก่ ๑) การวิจัย องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานปฐมวัย และ ๒) การจัดการความรู้ด้านปฐมวัยเพื่อพัฒนางานและสมรรถนะของผู้ทำงานอย่างต่อเนื่อง

ยุทธศาสตร์ที่ ๗  การบริหารจัดการ การติดตามงานและประเมินผล และการสร้างเครือข่ายการประสานงานการทำงานร่วมกัน มีเป้าประสงค์ ได้แก่ ๑) การพัฒนาระบบบริหารจัดการ และติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ๒) การพัฒนาระบบการเงินที่ส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพการพัฒนาเด็กปฐมวัย และ ๓) กลไกการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการการระดมสรรพกำลัง ทุนเพื่อพัฒนาส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย

       
ผู้ดำเนินรายการ :     ยุทธศาสตร์แต่ละยุทธศาสตร์ในร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ครอบคลุมแทบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีศักยภาพ พัฒนาเด็กให้สมวัย เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ การศึกษาข้อมูลของเด็ก ปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องมีภาคคีเครือข่ายที่จะต้องร่วมมือกันพัฒนาเด็กปฐมวัย
       
ผอ. สมรัชนีกร   :     ในการทำงานสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาไม่ได้ทำงานคนเดียว เด็กที่เกิดมาจะต้องได้รับการพัฒนา ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกัน ต้องมองว่าจะทำอย่างไรให้เด็กได้รับในสิ่งที่ควรจะได้รับตามสิทธิมากที่สุด
       
ผู้ดำเนินรายการ :     เรียกได้ว่าต้องทำงานแบบบูรณาการในทุก ๆ ด้าน แม้แต่ประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย
       
ผอ. สมรัชนีกร   :     ใช่ค่ะ ทุกคนต้องเข้ามามีส่วนในการดำเนินการ เพราะในปัจจุบันไม่ใช่แค่หน่วยงานภาครัฐเท่านั้นเป็นผู้จัดทำแผน ยังต้องมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมมือ จับมือร่วมกัน วางแผนร่วมกันว่าเด็กในอนาคตจะทำอย่างไรให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ อยู่ในสังคม ดำรงชีวิตได้ ทำงานอย่างมีความสุข มีชีวิตที่มีความสุข ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรฐานในอนาคต ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากำลังมีการปรับ และทบทวนเรื่องมาตรฐานของชาติ ซึ่งมองเด็กไทยในอนาคตเมื่อเกิดมาแล้ว การอยู่ต่อไปในโลกต้องอยู่อย่างไร ต้องมีความรู้ ความสามารถด้านใดบ้าง ความรับผิดชอบเรื่องใด ก้าวไปสู่การดำรงชีวิตในอนาคต ดูแลคนแก่ในอนาคตได้อย่างไร
       
ผู้ดำเนินรายการ :     ประชาชนจะมีส่วนเข้ามาจัดทำ หรือให้ข้อมูลในการทำร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ อย่างไร
       
ผอ. สมรัชนีกร   :     ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้จัดทำร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ เสร็จแล้ว และได้นำออกไปประชาพิจารณ์ในส่วนภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ และภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย รวมถึงประชาชน พ่อแม่ โรงเรียน มาร่วมกันให้ข้อคิดเห็นว่า เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร หรือมีแนวคิดอย่างไรในการจัดทำ ร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากำลังรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด ปรับแก้ เพื่อสรุปเสนอคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์และติดตามผลดำเนินงาน โดยจะมีการจัดประชุมในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ นี้เพื่อปรับแก้ไขร่างดังกล่าว หลังจากนั้นจะนำเสนอคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีต่อไป
       
      สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ เลขที่ ๙๙/๒๐ ถนนสุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพ ๑๐๓๐๐ โทร ๐ ๒๖๖๘ ๗๑๒๓ เว็บไซต์ สกศ. www.onec.go.th
       
ผู้ดำเนินรายการ :     หลังจากการจัดทำ ร่าง นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ เสร็จสมบูรณ์ และประกาศใช้ คงจะมีการเผยแพร่ให้ทราบกันโดยทั่วไปอีกครั้งว่าหน่วยงาน กระทรวงที่เกี่ยวข้อง จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครองจะได้รับการศึกษาอย่างไร ในวันนี้ขอขอบพระคุณ คุณสมรัชนีกร อ่องเอิบ  ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
       
      ..............................................................
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       

Back Page